GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
รีวิว Diablo 2 Resurrected เหล้าเก่าฉลากใหม่ที่รสชาติจัดจ้านกว่าเดิม
ลงวันที่ 28/09/2021

ย้อนกลับไป 20 กุมภาพันธ์ 2021 เกมเมอร์ทั่วทั้งโลก ได้เป็นสักขีพยานถึงการคืนชีพของตำนาน Action RPG ระดับตำนาน Diablo 2 Resurrected การเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่นั้นได้ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกตื่นเต้นแทบจะรอวันวางขายเกมไม่ไหว และวันนี้ตัวเกมได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วบนแพลตฟอร์มยุคใหม่ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น PS5, Xbox Series X / S, PC หรือ Nintendo Switch 

แม้จะใช้ชื่อว่า Resurrected แต่ในความหายที่แท้จริงของเกม ก็คือฉบับ Remastered ที่เพิ่มระบบใหม่ๆ ให้สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล และสนุกมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มตัวละครจาก DLC อย่าง Assassin กับ Druid เข้ามาเลย ไม่จำเป็นต้องซื้อแยกเหมือนกับตัวเกมต้นฉบับ แน่นอนว่าเนื้อเรื่อง Act 5 ที่แต่เดิมอยู่ใน DLC ก็ถูกแถมมาด้วยกับตัวเกมฉบับ Resurrected เลย ผู้เขียนเองเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเล่นเกม Action RPG มุมมองแบบนี้มาก และวันนี้จะมาเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เล่นให้เพื่อนๆ ชาว GameFever Th ได้อ่านกัน!


เดินทางเพื่อหยุดการตื่นของภัยพิบัติ

แม้ว่าเนื้อเรื่องของ Diablo 2 จะไม่ใช่ส่วนสำคัญที่ทำให้เกมนี้โด่งดัง แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่เติมเต็มเกมให้มีรสชาติกลมกล่อม กล่าวถึงการเดินทางของเราเพื่อหยุดยั้งแผนการช่วยร้ายของเผ่าปีศาจที่นำโดย Prime Evil ทั้งสาม Diablo, Baal และ Mephisto โดยภายในเรื่องราวจะมีทั้งการทรยศหักหลัง, เรื่องราวของความดี และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าหากได้ลองอ่านดูเชื่อว่าเพื่อนจะสนุกไปกับเรื่องราว Dark Fantasy ของเกมนี้ได้ไม่ยากเลย


Cut Scene ใหม่ที่สวยงามน่าดูกว่าเดิม

อีกหนึ่งจุดขายของ Diablo 2 ตลอดการเล่นของเนื้อเรื่องคือ Cus Scene ความยาวหลายนาที ที่ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นกว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหนยังไง ซึ่งในฉบับ Resurrected มีการทำแอนิเมชันในส่วนนี้ใหม่ทั้งหมด ฉากที่สวยงามมากกว่าเดิม ฉากต่อสู้ที่ดูรู้เรื่องมากขึ้น รวมไปจนถึงสีหน้าของตัวละครที่สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้ยังเป็นตัวช่วยให้เราอยากเล่นเนื้อเรื่องใน Act ต่อไปมากขึ้น และใช้เวลาสนุกไปกับเกม


กราฟิกที่อัปเกรด กับเอฟเฟคสกิลสุดตื่นตาตื่นใจ

ได้ชื่อว่าเป็นฉบับ Remastered สิ่งที่หลายคนคาดหวังคงไม่พ้นเรื่องภาพที่สวยงามอลังการมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ต้องบอกเลยว่า Blizzard ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งในแง่ของกราฟิก รวมถึงการ Optimize ให้สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล่โดยไม่ต้องการ Hardware ที่แรงมากมายอะไรนัก อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น คือเอฟเฟคของสกิลที่มีความถูกต้อง และสวยงามมากขึ้นเช่นเดียวกับกราฟิก โดยเฉพาะสกิลธาตุที่มีรายละเอียดในเปลวไฟ สะเก็ดน้ำแข็ง รวมถึงความหนาของสายลม


ภาพใหม่สุดสวยงาม หรือภาพเก่าสุดคลาสสิค

แม้ว่ากราฟิกใหม่ของ Diablo 2 Resurrected จะสวยงามและทำให้เกมน่าเล่นกว่าที่เคยเป็นมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพแตกๆ สไตล์ดั้งเดิมของเกมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของ Diablo 2 ความยอดเยี่ยมของภาคนี้คือผู้เล่นสามารถสลับภาพไปมาระหว่างกราฟิกแบบใหม่ และแบบเก่าได้ตลอดเวลาง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม "G" บนคีย์บอร์ด บางครั้งที่คิดถึงภาพสไตล์เก่าจะสลับกลับไปเล่นช่วงเวลาหนึ่งแล้วพอเบื่อจะกลับมาเล่นแบบภาพสวยอีกครั้งก็สามารถทำได้


ประสบการณ์ไหนที่ได้จากต้นฉบับ ยังคงได้จากฉบับนี้!

แม้จะได้ชื่อภาคว่า Resurrected แต่ Blizzard ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหา รวมถึงวิธีการเล่นในส่วนไหนของเกมเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความยาก การหาไอเท็ม เนื้อเรื่อง หรือความสามารถของมอนสเตอร์ ผู้เล่นยังจำเป็นต้องใช้เวลาในแต่ละระดับความยาก Normal, Nightmare, Hell ไม่ว่าจะเป็นการหาไอเทมมาเสริมให้ตัวเองเก่งขึ้น หรือเพิ่มเลเวลเพื่ออัปสกิล กับสเตตัส ในภารเตรียมตัวให้พร้อมลุยระดับความยากที่สูงขึ้น

แม้ว่าระดับความยากของเกมจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ แต่เอาจริงๆ Diablo 2 เองไม่ใช่เกมที่ง่ายระดับที่เล่นแบบมั่วๆ แล้วจะสามารถเอาชนะบอสในแต่ละ Act ของเนื้อเรื่องได้ ตัวเกมนั้นยากตามสไตล์เกมยุคเก่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งในฉบับ Resurrected ก็ไม่ได้มีการลดความยากในส่วนนี้ลงเลย แถมโทษจากการตายยังคงเป็นการของหล่นหมดตัวเช่นเดิม ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้เล่นจะเป็นต้องระวังเป็นอย่างมากในการเดินเนื้อเรื่อง รวมถึงเก็บเลเวล

ในระดับความยากที่สูงขึ้นก็จะดรอปไอเทมที่เก่งขึ้น Rune ที่ดีมากขึ้น รวมไปจนถึง Exp ที่ได้ก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน การจะเก็บเลเวลให้ถึง 99 จะเป็นการง่ายกว่าในการเล่นระดับความยากที่สูงขึ้น นอกจากนี้ตัวเกมยังลงโทษผู้เล่นที่อัปสกิล หรือสเตตัสมาไม่ดีพอโหดเช่นเดิม ไม่มีโอกาสที่สองสำหรับคนที่ใช้โอกาส รีสกิล / สเตตัสไปจนหมดแล้ว การเริ่มเล่นใหม่เป็นหนทางเดียวที่จะแก้ตัวได้ การคิดแนวทางอัปสกิล / สเตตัส รวมไปจนถึงมองหาไอเทมที่เหมาะกับตัวเอง ทั้งหมดที่กล่าวมีนี้คือสเนห์ดั้งเดิมของ Diablo 2 ที่ไม่ได้สูญหายไปในตัวเกมฉบับ Resurrected ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ต้องชมทีมพัฒนา


ระบบใหม่ๆ ที่ทำให้การเล่นสนุกมากขึ้น

แม้ว่าบรรยากาศ และเกมเพลย์ส่วนใหญ่ถูกคงไว้เช่นเดิมเพื่อมอบประสบการณ์ที่สุดแสนจะน่าคิดถึงให้กับผู้เล่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มระบบใหม่ที่ทำให้การเล่นเกมสนุกมากขึ้นเข้ามาด้วย ซึ่งหลักมี 2 อย่างด้วยกันที่ส่งผลต่อการเล่นของผู้เล่นโดยตรง คือ 1.) ระบบเก็บเงินให้ Auto เมื่อตัวละครของผู้เล่นเดินผ่านเงิน และ 2.) Stash สำหรับส่งของให้กับตัวละครอื่นๆ ภายใน ID เดียวกัน

แม้ว่าเงินจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเท่าไหร่นักใน Diablo 2 แต่มันยังคงจำเป็นในการซ้อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่พังลงจากการต่อสู้ รวมถึงซื้อยามาใช้ในยามฉุกเฉินอยู่ แม้ว่าการคลิกเพื่อเก็บเงินเองอาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากขนาดนั้น แต่การมีระบบที่เก็บให้เราเองก็เป็นเรื่องดี เพราะมันสะดวกสบายมากขึ้น จำเป็นต้องให้ความสนใจต่อไอเทมที่ดรอปน้อยลง และโฟกัสไปที่การต่อสู้ได้มากขึ้น

Stash สำหรับส่งของไปมาระหว่างตัวละครได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้เล่น Diablo 2 อยากได้กันมาเสมอ เนื่องจากมันเป็นเรื่องยากมากที่จะส่งของไปมาระหว่างตัวละครต่างๆ ใน ID เพราะต้องหาเพื่อนมาเก็บของให้ และสลับเป็นอีกตัวมารับของคืน การส่งไปมาได้เองผ่าน Stash จึงเป็นอะไรที่น่ายินดี และทำให้การเล่นหลายๆ ตัวทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถส่งของดีๆ ไปให้อีกตัวใช้ได้ นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ทำให้เกมน่าเล่นมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว


สรุปสนุกไหม?

จริงๆ แล้วผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสได้เล่นเกม Diablo 2 เป็นครั้งแรก และในฐานะที่ชอบเล่นเกมแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขอยอมรับว่าประสบการณ์ที่ได้จากเกมถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ ความสนุกที่ไม่คิดเลยว่าจะได้จากเกมนี้ในตอนแรกคือในเรื่องของความยากที่หาไม่ค่อยได้ในเกมยุคใหม่ๆ และระบบสกิล รวมไปจนถึงระบบไอเทม ก็ไม่ได้ทำความเข้าใจยากอะไรมากมายนัก ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ Diablo 2 Resurrected ถือได้ว่าเป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ แต่ก็มีความลึกน่าค้นหาในแบบของตัวเอง 

ถ้าหากเป็นคนที่ไม่ได้ชอบเล่นเกมยากต้องมานั่งปวดหัวกับการหาของเพื่อไปเล่นในระดับความยากที่สูงขึ้น เพื่อนๆ สามารถสนุกไปกับเล่นในระดับความยากของ Normal กับ Nightmare ลองเล่นสกิลที่ตัวเองชอบ ในอาชีพต่างๆ ถ้าหากเป็นสายต้องไปให้ถึง End Game ก็ต้องทำการบ้านเยอะหน่อยในการทำบิ้วท์ดีๆ สักหนึ่งบิ้วท์ในการไปให้ถึง Act 5 ในระดับ Hell และมันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรนัก ในการนั่งทำความเข้าใจสายที่ตัวเองเลือกเล่นในเกมนี้ ดังนั้นสำหรับมือใหม่ที่อยากไปให้ถึง Hell ก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการบ้านอะไรมากมายนัก

โดยรวมแล้ว Diablo 2 Resurrected เป็นการพาเรากลับไปเล่นเกมในวัยเด็ก ที่สนุกมากกว่าที่เคยเป็นมา และได้อรรถรสมากขึ้นจากกราฟิกที่สวยงาม สิ่งเดียวที่ทีมพัฒนาต้องให้ความสนใจเพิ่มเติมคือการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามาหลังจากนี้ เพราะไม่ว่า Diablo 2 จะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม และสนุกขนาดไหน หากไม่มีคอนเทน์ใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามาเลยในอนาคต เกมนี้จะน่าเบื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ไปตามกาลเวลาที่ผ่าน และสักวันก็จะกลายเป็นเกมที่เราเลิกเล่นกันไป หาก Blizzard ต้องการชุปชีวิตเกมนี้ขึ้นมาจริงๆ และสนับสนุนมันต่อไปเรื่อยๆ คอนเทนต์ใหม่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันคอนเทนต์ใหม่ก็เป็นอะไรที่สามารถทำลายเกมลงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นทีมพัฒนาจำเป็นต้องระวังมากๆ ครับ

7
ข้อดี

ภาพสวยแต่ใช้สเปค PC ไม่เยอะ

เข้าใจง่ายใครก็เล่นได้

ท้าทายเช่นเดิม    

ข้อเสีย

ไม่มีคอนเทนต์ใหม่

ต้องใช้เวลาเยอะมากกว่าจะถึง End Game


8
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
สตรีมเมอร์ดังจัดแข่ง Squid Game ในชีวิตจริง ชิงเงินรางวัลนับล้านบาท!
OcelotBoy
Vampire: The Masquerade – Swansong ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายไปอีก 3 เดือน
BASUP!
ข่าวลือ: Valve กำลังพัฒนาเกม Co-op FPS จากจักรวาล Half-Life สำหรับ Steam Deck
OcelotBoy
เสียใจทีหลัง! Hideo Kojima ได้รับเชิญให้ดู Arcane ล่วงหน้า แต่ดันปฏิเสธ!
OcelotBoy
ลือ !! BioShock ภาคใหม่จะใช้ชื่อว่า BioShock Isolation และอาจจะเปิดตัวต้นปีหน้า
BASUP!
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รีวิว Diablo 2 Resurrected เหล้าเก่าฉลากใหม่ที่รสชาติจัดจ้านกว่าเดิม
28/09/2021

ย้อนกลับไป 20 กุมภาพันธ์ 2021 เกมเมอร์ทั่วทั้งโลก ได้เป็นสักขีพยานถึงการคืนชีพของตำนาน Action RPG ระดับตำนาน Diablo 2 Resurrected การเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่นั้นได้ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกตื่นเต้นแทบจะรอวันวางขายเกมไม่ไหว และวันนี้ตัวเกมได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วบนแพลตฟอร์มยุคใหม่ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น PS5, Xbox Series X / S, PC หรือ Nintendo Switch 

แม้จะใช้ชื่อว่า Resurrected แต่ในความหายที่แท้จริงของเกม ก็คือฉบับ Remastered ที่เพิ่มระบบใหม่ๆ ให้สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล และสนุกมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการเพิ่มตัวละครจาก DLC อย่าง Assassin กับ Druid เข้ามาเลย ไม่จำเป็นต้องซื้อแยกเหมือนกับตัวเกมต้นฉบับ แน่นอนว่าเนื้อเรื่อง Act 5 ที่แต่เดิมอยู่ใน DLC ก็ถูกแถมมาด้วยกับตัวเกมฉบับ Resurrected เลย ผู้เขียนเองเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเล่นเกม Action RPG มุมมองแบบนี้มาก และวันนี้จะมาเล่าความรู้สึกหลังจากที่ได้เล่นให้เพื่อนๆ ชาว GameFever Th ได้อ่านกัน!


เดินทางเพื่อหยุดการตื่นของภัยพิบัติ

แม้ว่าเนื้อเรื่องของ Diablo 2 จะไม่ใช่ส่วนสำคัญที่ทำให้เกมนี้โด่งดัง แต่ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่เติมเต็มเกมให้มีรสชาติกลมกล่อม กล่าวถึงการเดินทางของเราเพื่อหยุดยั้งแผนการช่วยร้ายของเผ่าปีศาจที่นำโดย Prime Evil ทั้งสาม Diablo, Baal และ Mephisto โดยภายในเรื่องราวจะมีทั้งการทรยศหักหลัง, เรื่องราวของความดี และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าหากได้ลองอ่านดูเชื่อว่าเพื่อนจะสนุกไปกับเรื่องราว Dark Fantasy ของเกมนี้ได้ไม่ยากเลย


Cut Scene ใหม่ที่สวยงามน่าดูกว่าเดิม

อีกหนึ่งจุดขายของ Diablo 2 ตลอดการเล่นของเนื้อเรื่องคือ Cus Scene ความยาวหลายนาที ที่ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นกว่าเกิดอะไรขึ้นที่ไหนยังไง ซึ่งในฉบับ Resurrected มีการทำแอนิเมชันในส่วนนี้ใหม่ทั้งหมด ฉากที่สวยงามมากกว่าเดิม ฉากต่อสู้ที่ดูรู้เรื่องมากขึ้น รวมไปจนถึงสีหน้าของตัวละครที่สื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้ยังเป็นตัวช่วยให้เราอยากเล่นเนื้อเรื่องใน Act ต่อไปมากขึ้น และใช้เวลาสนุกไปกับเกม


กราฟิกที่อัปเกรด กับเอฟเฟคสกิลสุดตื่นตาตื่นใจ

ได้ชื่อว่าเป็นฉบับ Remastered สิ่งที่หลายคนคาดหวังคงไม่พ้นเรื่องภาพที่สวยงามอลังการมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ต้องบอกเลยว่า Blizzard ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งในแง่ของกราฟิก รวมถึงการ Optimize ให้สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล่โดยไม่ต้องการ Hardware ที่แรงมากมายอะไรนัก อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่น่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น คือเอฟเฟคของสกิลที่มีความถูกต้อง และสวยงามมากขึ้นเช่นเดียวกับกราฟิก โดยเฉพาะสกิลธาตุที่มีรายละเอียดในเปลวไฟ สะเก็ดน้ำแข็ง รวมถึงความหนาของสายลม


ภาพใหม่สุดสวยงาม หรือภาพเก่าสุดคลาสสิค

แม้ว่ากราฟิกใหม่ของ Diablo 2 Resurrected จะสวยงามและทำให้เกมน่าเล่นกว่าที่เคยเป็นมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพแตกๆ สไตล์ดั้งเดิมของเกมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของ Diablo 2 ความยอดเยี่ยมของภาคนี้คือผู้เล่นสามารถสลับภาพไปมาระหว่างกราฟิกแบบใหม่ และแบบเก่าได้ตลอดเวลาง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่ม "G" บนคีย์บอร์ด บางครั้งที่คิดถึงภาพสไตล์เก่าจะสลับกลับไปเล่นช่วงเวลาหนึ่งแล้วพอเบื่อจะกลับมาเล่นแบบภาพสวยอีกครั้งก็สามารถทำได้


ประสบการณ์ไหนที่ได้จากต้นฉบับ ยังคงได้จากฉบับนี้!

แม้จะได้ชื่อภาคว่า Resurrected แต่ Blizzard ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเนื้อหา รวมถึงวิธีการเล่นในส่วนไหนของเกมเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความยาก การหาไอเท็ม เนื้อเรื่อง หรือความสามารถของมอนสเตอร์ ผู้เล่นยังจำเป็นต้องใช้เวลาในแต่ละระดับความยาก Normal, Nightmare, Hell ไม่ว่าจะเป็นการหาไอเทมมาเสริมให้ตัวเองเก่งขึ้น หรือเพิ่มเลเวลเพื่ออัปสกิล กับสเตตัส ในภารเตรียมตัวให้พร้อมลุยระดับความยากที่สูงขึ้น

แม้ว่าระดับความยากของเกมจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ แต่เอาจริงๆ Diablo 2 เองไม่ใช่เกมที่ง่ายระดับที่เล่นแบบมั่วๆ แล้วจะสามารถเอาชนะบอสในแต่ละ Act ของเนื้อเรื่องได้ ตัวเกมนั้นยากตามสไตล์เกมยุคเก่าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ซึ่งในฉบับ Resurrected ก็ไม่ได้มีการลดความยากในส่วนนี้ลงเลย แถมโทษจากการตายยังคงเป็นการของหล่นหมดตัวเช่นเดิม ทั้งหมดนี้ทำให้ผู้เล่นจะเป็นต้องระวังเป็นอย่างมากในการเดินเนื้อเรื่อง รวมถึงเก็บเลเวล

ในระดับความยากที่สูงขึ้นก็จะดรอปไอเทมที่เก่งขึ้น Rune ที่ดีมากขึ้น รวมไปจนถึง Exp ที่ได้ก็มากขึ้นด้วยเช่นกัน การจะเก็บเลเวลให้ถึง 99 จะเป็นการง่ายกว่าในการเล่นระดับความยากที่สูงขึ้น นอกจากนี้ตัวเกมยังลงโทษผู้เล่นที่อัปสกิล หรือสเตตัสมาไม่ดีพอโหดเช่นเดิม ไม่มีโอกาสที่สองสำหรับคนที่ใช้โอกาส รีสกิล / สเตตัสไปจนหมดแล้ว การเริ่มเล่นใหม่เป็นหนทางเดียวที่จะแก้ตัวได้ การคิดแนวทางอัปสกิล / สเตตัส รวมไปจนถึงมองหาไอเทมที่เหมาะกับตัวเอง ทั้งหมดที่กล่าวมีนี้คือสเนห์ดั้งเดิมของ Diablo 2 ที่ไม่ได้สูญหายไปในตัวเกมฉบับ Resurrected ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ต้องชมทีมพัฒนา


ระบบใหม่ๆ ที่ทำให้การเล่นสนุกมากขึ้น

แม้ว่าบรรยากาศ และเกมเพลย์ส่วนใหญ่ถูกคงไว้เช่นเดิมเพื่อมอบประสบการณ์ที่สุดแสนจะน่าคิดถึงให้กับผู้เล่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเพิ่มระบบใหม่ที่ทำให้การเล่นเกมสนุกมากขึ้นเข้ามาด้วย ซึ่งหลักมี 2 อย่างด้วยกันที่ส่งผลต่อการเล่นของผู้เล่นโดยตรง คือ 1.) ระบบเก็บเงินให้ Auto เมื่อตัวละครของผู้เล่นเดินผ่านเงิน และ 2.) Stash สำหรับส่งของให้กับตัวละครอื่นๆ ภายใน ID เดียวกัน

แม้ว่าเงินจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเท่าไหร่นักใน Diablo 2 แต่มันยังคงจำเป็นในการซ้อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่พังลงจากการต่อสู้ รวมถึงซื้อยามาใช้ในยามฉุกเฉินอยู่ แม้ว่าการคลิกเพื่อเก็บเงินเองอาจไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่มากขนาดนั้น แต่การมีระบบที่เก็บให้เราเองก็เป็นเรื่องดี เพราะมันสะดวกสบายมากขึ้น จำเป็นต้องให้ความสนใจต่อไอเทมที่ดรอปน้อยลง และโฟกัสไปที่การต่อสู้ได้มากขึ้น

Stash สำหรับส่งของไปมาระหว่างตัวละครได้ อาจเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้เล่น Diablo 2 อยากได้กันมาเสมอ เนื่องจากมันเป็นเรื่องยากมากที่จะส่งของไปมาระหว่างตัวละครต่างๆ ใน ID เพราะต้องหาเพื่อนมาเก็บของให้ และสลับเป็นอีกตัวมารับของคืน การส่งไปมาได้เองผ่าน Stash จึงเป็นอะไรที่น่ายินดี และทำให้การเล่นหลายๆ ตัวทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสามารถส่งของดีๆ ไปให้อีกตัวใช้ได้ นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ทำให้เกมน่าเล่นมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว


สรุปสนุกไหม?

จริงๆ แล้วผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสได้เล่นเกม Diablo 2 เป็นครั้งแรก และในฐานะที่ชอบเล่นเกมแนวนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขอยอมรับว่าประสบการณ์ที่ได้จากเกมถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ ความสนุกที่ไม่คิดเลยว่าจะได้จากเกมนี้ในตอนแรกคือในเรื่องของความยากที่หาไม่ค่อยได้ในเกมยุคใหม่ๆ และระบบสกิล รวมไปจนถึงระบบไอเทม ก็ไม่ได้ทำความเข้าใจยากอะไรมากมายนัก ถ้าพูดแบบเข้าใจง่ายๆ คือ Diablo 2 Resurrected ถือได้ว่าเป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ แต่ก็มีความลึกน่าค้นหาในแบบของตัวเอง 

ถ้าหากเป็นคนที่ไม่ได้ชอบเล่นเกมยากต้องมานั่งปวดหัวกับการหาของเพื่อไปเล่นในระดับความยากที่สูงขึ้น เพื่อนๆ สามารถสนุกไปกับเล่นในระดับความยากของ Normal กับ Nightmare ลองเล่นสกิลที่ตัวเองชอบ ในอาชีพต่างๆ ถ้าหากเป็นสายต้องไปให้ถึง End Game ก็ต้องทำการบ้านเยอะหน่อยในการทำบิ้วท์ดีๆ สักหนึ่งบิ้วท์ในการไปให้ถึง Act 5 ในระดับ Hell และมันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรนัก ในการนั่งทำความเข้าใจสายที่ตัวเองเลือกเล่นในเกมนี้ ดังนั้นสำหรับมือใหม่ที่อยากไปให้ถึง Hell ก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการบ้านอะไรมากมายนัก

โดยรวมแล้ว Diablo 2 Resurrected เป็นการพาเรากลับไปเล่นเกมในวัยเด็ก ที่สนุกมากกว่าที่เคยเป็นมา และได้อรรถรสมากขึ้นจากกราฟิกที่สวยงาม สิ่งเดียวที่ทีมพัฒนาต้องให้ความสนใจเพิ่มเติมคือการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามาหลังจากนี้ เพราะไม่ว่า Diablo 2 จะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม และสนุกขนาดไหน หากไม่มีคอนเทน์ใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามาเลยในอนาคต เกมนี้จะน่าเบื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ไปตามกาลเวลาที่ผ่าน และสักวันก็จะกลายเป็นเกมที่เราเลิกเล่นกันไป หาก Blizzard ต้องการชุปชีวิตเกมนี้ขึ้นมาจริงๆ และสนับสนุนมันต่อไปเรื่อยๆ คอนเทนต์ใหม่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันคอนเทนต์ใหม่ก็เป็นอะไรที่สามารถทำลายเกมลงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นทีมพัฒนาจำเป็นต้องระวังมากๆ ครับ


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
สตรีมเมอร์ดังจัดแข่ง Squid Game ในชีวิตจริง ชิงเงินรางวัลนับล้านบาท!
OcelotBoy
Vampire: The Masquerade – Swansong ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายไปอีก 3 เดือน
BASUP!
ข่าวลือ: Valve กำลังพัฒนาเกม Co-op FPS จากจักรวาล Half-Life สำหรับ Steam Deck
OcelotBoy
เสียใจทีหลัง! Hideo Kojima ได้รับเชิญให้ดู Arcane ล่วงหน้า แต่ดันปฏิเสธ!
OcelotBoy
ลือ !! BioShock ภาคใหม่จะใช้ชื่อว่า BioShock Isolation และอาจจะเปิดตัวต้นปีหน้า
BASUP!
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
Show header