GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
รีวิว Back 4 Blood สานต่อตำนานเกมยิงฝูงซอมบี้ได้อย่างยอดเยี่ยม นี่แหละภาคต่อที่ควรจะเป็น
ลงวันที่ 21/10/2021

Back 4 Blood คือเกมแนวยิงซอมบี้จากทาง Turtle Rock Studios ทีมพัฒนาที่เคยเปิดตำนานเกมสุดฮิตอย่าง Left 4 Dead ภาคแรก ที่ถูก Valve จ้างพัฒนา ซึ่งเกม Back 4 Blood เองถือว่าได้เอาองค์ประกอบหลายๆ อย่างของเกมที่พวกเขาเคยสร้างมาไว้ในเกมนี้ทั้งหมด แถมยังเพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ ใส่เข้ามาด้วย ซึ่งเหล่าแฟนๆ เองก็ต่างสนใจเกมนี้เป็นอย่างมาก เพราะเราเองก็ไม่ได้เห็นเกม Left 4 Dead 2 หลังจากที่ปล่อยภาค 2 มากกว่า 12 ปีแล้ว และในวันที่ 12 ตุลาคม 2021 ผู้พัฒนาก็ทำการปล่อยเกมนี้ออกมาให้เราเล่นอย่างเป็นทางการ และเรา GameFever TH เองก็จะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่า Back 4 Blood จะสามารถเทียบเพียงเกมเก่าที่ตัวเองเคยสร้างไว้ได้หรือไม่ ?

เนื้อเรื่อง

พลอตของเกมจะเล่าเรื่องโลก Post-Apocalypse ที่โดนเชื้อปรสิตนามว่า the Devil Worm (หนอนปีศาจ) ที่แหล่งกำเนิดมาจากต่างดาว และเปลี่ยนคนตายให้กลายพันธุ์ซึ่งถูกเรียกว่า Ridden และเราเองจะได้รับบทเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตทั้ง 8 ที่ถูกเรียกว่า The Cleanner ซึ่งได้รับหน้าที่ปกป้องดินแดน Fort Hope ที่มนุษย์อาศัยอยู่ แต่อย่างที่ทราบว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใด เนื้อเรื่องถูกสร้างมาให้เรามีเหตุผลในด้านเอาไม้หวด หรือยิงเหล่าซอมบี้มากกว่า 


กราฟิก / การนำเสนอ

ในด้านกราฟิกต้องขอชื่นชมเลยทีเดียว เพราะตัวเกมไม่ได้กินสเปกอย่างที่เดาไว้เลย เพราะตัวผู้เขียนนั้นเล่นเกมนี้บนเครื่อง PC สเปกระดับกลางๆ I5 8400 + GTX 1060 6GB ซึ่งตัวผู้เขียนนั้นปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็สามารถรันเฟรมเรทได้มากถึง 100-120FPS เล่นได้แบบสบายๆ 

แต่ในส่วนของงานด้านภาพนั้นถ้าให้เปรียบเทียบกับเกม Left 4 Dead ซึ่งมันแน่นอนว่าตัวภาพของ Back 4 Blood ค่อนข้างมีกราฟิกที่สวยและสมจริงกว่าในด้านของโมเดลตัวละคร หรือตึกราบ้านช่องต่างๆ แต่สิ่งที่ส่วนตัวรู้สึกว่าทาง Left 4 Dead ทำได้ดีกว่าก็คงจะเป็นความโหดของตัวเกมที่ฉากเลือด ความแหวะของตัวเกมจะดูทำได้ดีมากกว่า หรือจะเป็นฉากยิงหัวซอมบี้ระเบิด ฟันขาขาด แขนขาด ก็ถูกตัดไปทั้งหมดภายในเกม Back 4 Blood นี้ ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่าในสมัยที่เกม Left 4 Dead วางจำหน่ายแรกๆ นั้นถูกหลายๆ ประเทศแบนเพราะเนื้อหารุนแรงไป ทางผู้พัฒนาเลยเลือกที่จะเซฟไว้ก่อนก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้อรรถรสของเกมดูดรอปลงไปเยอะพอสมควร


เกมเพลย์

ในด้านการเล่นอย่างที่คนเคยเล่น Left 4 Dead ก็น่าจะทราบกันอยู่แล้ว ก็คือการที่เราจะได้จัดปาร์ตี้ 4 คนเข้าไปไล่ยิงไล่ตีซอมบี้ข้างในนั้น แต่ทว่าเกม Back 4 Blood ค่อนข้างมีระบบที่มากกว่าอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างแรกคือระบบความสามารถของแต่ละตัวละครที่จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ให้แต่ละคนมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน อย่างเช่นตัวละคร Holly มีความสามารถในการป้องกันการโจมตีศัตรูเพิ่มขึ้น 10% เธอจะได้รับ 10 Stamina ถ้าหากฆ่าศัตรูได้ หรือ Evangelo ที่จะ Stamina Regen 25% และสามารถปลดพันธนาการจากการโดนจับได้ โดยทั้งสองตัวละครนี้เหมาะสำหรับการเล่นด้วยอาวุธระยะประชิด ตัวละครอย่าง Walker และ Jim ที่สามารถสร้าง Stack ดาเมจด้วยปืน หรือจะเป็น Doc ที่สามารถเพิ่มเลือดให้เพื่อนมากขึ้นได้


ระบบต่อมาที่ทำให้ตัวเกมค่อนข้างสนุกมากๆ ก็คือระบบการ์ดที่เราสามารถจัดเดคตามสไตล์ที่เราชอบได้ 15 ใบ ซึ่งพอจัดเดคแล้วนั้นตัวการ์ดจะออกมาเป็นระบบสุ่ม และให้เรานั้นจั่วการ์ดที่ชอบได้ โดยเราสามารถจัดเดคที่เหมาะสมกับตัวละครที่เราเล่นได้ อย่างเช่นการ์ดที่จะเพิ่มเลือด 1 ถ้าหากเราโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิด ซึ่งมันก็เหมาะสำหรับตัวละครอย่าง Evangelo และ Holly หรือจะเป็นการ์ดที่เพิ่มแม็กกระสุน ยิงแม่นขึ้น ซึ่งอาจจะเหมาะตัวละครที่ใช้ปินเป็นหลักได้ โดยเริ่มแรกเรานั้นจะไม่ได้มีการ์ดมาให้จัดเยอะ แต่พอเล่นจบด่านไปเรื่อยๆ เราจะได้รับแต้มมาซื้อการ์ดตามที่เราชอบได้ ซึ่งตัวการ์ดก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นระบบที่เข้ามาแก้เบื่อให้เราได้พอสมควร


นอกจากนี้แต่ละแผนที่ยังมีระบบที่เรียกว่า Corruption Cards ที่จะปรากฏมาในแต่ละด่าน ซึ่งมันจะเป็นอีเวนต์ย่อยๆ ของแต่ละด่านนั้นเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการที่เราจะได้เจอศัตรูใหม่ๆ ภายในด่าน หรือจะมีจุดที่ให้เราไปเปิดเพื่อได้รับไอเท็มและเงินรางวัลมากขึ้น


ส่วนในด้านเกมเพลย์ภายในด่านนั้น ถ้าใครเคยเล่น Left 4 Dead มา ถ้าหากคุณเล่นเกมระดับ Easy ต้องยอมรับว่าตัวเกมค่อนเล่นผ่านง่ายพอสมควร เดินยิงชิลๆ ก็สามารถผ่านด่านได้อย่างง่ายดาย แต่ผิดกับ Back 4 Blood ที่ทางผู้พัฒนาเองก็ได้แก้ไขความง่ายนี้ และทำให้ตัวเกมมีความยากมากขึ้น ต้องใช้ทีมเวิร์คมากขึ้น เพราะต่อให้คุณจะเล่นเกมในระดับง่าย เหล่าซอมบี้ก็สามารถลุมโจมตีคุณและทำให้เสียเลือดหมดหลอดในชุดเดียวได้เลย ส่วนความยากระดับปานกลางทางเหล่าซอมบี้ก็ยังโจมตีแรงเท่าเดิม แต่เราสามารถยิงเพื่อนได้ และโหมดยากสุดอย่าง Nightmare ที่ซอมบี้จะเลือดมากขึ้น ตีแรงขึ้น ยิงแรงขึ้นด้วย รวมถึงตัวเกมมากับระบบการเล่นแบบ Cross Play ที่เราสามารถปาร์ตี้ได้ทั้ง PC, PlayStation และ Xbox เลยทีเดียว


นอกจากด่านของตัวเกมจะมีให้เราเล่นด้วยกันทั้งหมด 4Act ซึ่งแต่ละ Act ก็จะมีด่านมากมายต่างกันไป และเสน่ห์สำคัญเลยนั่นก็คือบางด่านนั้นก็จะมีเควส Objective ในด่านนั้นๆ ให้เราทำด้วย ถึงแม้ว่ามันอาจจะคล้ายคลึงกับเกม Left 4 Dead ก็จริง แต่ใน Back 4 Blood แทบจะมีเควสให้เราทำเกือบทุกด่าน ต่างจากเกมรุ่นพี่ที่มักจะมีมาเฉพาะด่านสุดท้ายของแต่ละ Act เท่านั้น นอกจากนี้ในแต่ละด่านถึงแม้ว่ามันจะพาเรากลับมายังโซนเดิมที่เคยมาแล้วก็จริง แต่ด่านนั้นอาจจะพาเราเข้าไปสำรวจจุดใหม่ๆ ที่เราไม่เคยไป และไม่ได้รู้สึกถึงความน่าเบื่อเลย


รวมถึงตัวเกมมาพร้อมกับระบบกล่องซื้อขายของ ที่เรานั้นจะสามารถเก็บ Coin ภายในเกมและเอามาซื้อของตอนอยู่ Safezone ได้ ซึ่งเราสามารถซื้อได้กระทั่งปืนใหม่ๆ กระสุน เลือด อุปกรณ์แต่งปืน ยา ระเบิด และอื่นๆ อีกมามาย คราวนี้มันก็หมดปัญหาการที่เราถูกเพื่อนแย่งยา หรือระเบิดเหมือนอย่างในเกม Left 4 Dead แล้วด้วย


ส่วนในโหมดเสริมที่เกมนี้ใส่เข้ามาด้วยก็คงจะเป็นโหมด PvP ที่เรียกว่า Swarm จะแบ่งฝั่งออกเป็น 4v4 โดยเราและฝ่ายตรงข้ามจะได้เล่นเป็นทั้งฝ่ายคนและซอมบี้ ซึ่งวิธีการชนะคือถ้าหากคุณเป็นมนุษย์คุณจะต้องอยู่รอดให้นานที่สุดกว่าฝ่ายตรงข้าม แค่นี้คุณก็จะได้ 1 แต้ม ส่วนถ้าหากคุณเป็นฝ่ายซอมบี้ คุณก็แค่ต้องทำทุกวิธีทางในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้ได้ไวที่สุดเท่านั้นเอง และตัวโหมดนี้ทางผู้พัฒนาเองตัดระบบเรื่องการฟาร์มการ์ดออกไป ซึ่งทุกคนสามารถมีการ์ดครบเลยตั้งแต่แรก เพื่อให้เกมมีความสมดุลย์ด้วย


ความรู้สึก

จากที่ได้ลองเล่นมา Back 4 Blood ถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างสนุกพอสมควร ถึงแม้ว่าโดยรวมเราจะรู้อยู่แล้วว่ามันก็คือเกมสไตล์ Left 4 Dead นั่นแหละ ความรู้สึกโดยรวมมันไม่ได้ต่างกัน เพียงแค่ระบบที่ถูกใส่เข้ามาทำให้มันรู้สึกใหม่มากมาย สิ่งที่ชอบมากๆ ของเกมนี้ก็คงเป็นระบบปืนที่มีแรงดีด เสียงที่ค่อนข้างสมจริงมากกว่าเกมรุ่นพี่ และสิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คงจะเป็นระบบความโหดที่มากขึ้นกว่าเกม Left 4 Dead ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นโหมดง่าย เพราะมันจะทำให้ตัวเกมท้าทายมากขึ้น (ถึงแม้ว่าจะเป็นโหมดง่ายสุดก็เถอะ) แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเปื่อยจนเกินไป เพราะต้องเข้าใจว่าบางคนเองก็ไม่ได้อยากเล่นโหมดที่มันยากเกิน แต่ก็ไม่อยากได้อะไรที่ง่ายจนจะหลับ


ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบก็คงจะเป็นโหมด Swarm ที่หลังจากได้ลองเล่นมันไม่ได้ชวนให้น่าเล่นต่อแต่อย่างใด เพราะมันจะส่งเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่เล็กๆ (ฝั่งคน) และสู้จนกว่าจะตาย ซึ่งส่วนตัวชอบโหมด PvP ใน Left 4 Dead มากกว่า กับโหมดที่ฝ่ายมนุษย์จะได้เข้าไปเล่นในด่านของโหมด Campaign ทั่วไป และฝ่ายคนจะได้เล่นเป็นซอมบี้พิเศษมาขัดขวาง หวังว่าในอนาคตทางผู้พัฒนาจะเอาโหมดนี้เข้ามาให้เราเล่นบ้าง  รวมถึงปัญหาที่ยังพบเจอตั้งแต่ Open Beta ก็คือมันจะมีฝั่งที่สู้ไม่ได้และชอบกดออกเกมกลางคัน ทำให้คนที่เหลือถ้าไม่กดออกเกมไป ก็จะต้องยอมโดนยำจนกว่าเกมจะจบ


ส่วนงานด้านภาพนั้นถึงแม้ว่าจะค่อนข้างผิดหวังเรื่องความโหด ความแหวะที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ทางผู้เขียนก็ค่อนข้างเข้าใจเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกทำกราฟิกเลือดให้ออกมาเป็นแบบนี้ อย่างที่บอกก็เป็นเพราะที่จะให้ตัวเกมสามารถวางขายได้เกือบทุกประเทศ ในส่วนนี้ก็เลยรับได้

7
ข้อดี

เกมเพลย์โดยรวมถึงแม้เหมือนเดิม แต่ก็ให้ความรู้สึกสดใหม่ในเรื่องระบบ

ระบบปืนค่อนข้างทำออกมาได้ดี

เกมเพลย์ท้าทายกว่า Left 4 Dead

ข้อเสีย

โหมด Swarm ไม่ค่อยสนุก

8
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
สตรีมเมอร์ดังจัดแข่ง Squid Game ในชีวิตจริง ชิงเงินรางวัลนับล้านบาท!
OcelotBoy
Vampire: The Masquerade – Swansong ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายไปอีก 3 เดือน
BASUP!
ข่าวลือ: Valve กำลังพัฒนาเกม Co-op FPS จากจักรวาล Half-Life สำหรับ Steam Deck
OcelotBoy
เสียใจทีหลัง! Hideo Kojima ได้รับเชิญให้ดู Arcane ล่วงหน้า แต่ดันปฏิเสธ!
OcelotBoy
ลือ !! BioShock ภาคใหม่จะใช้ชื่อว่า BioShock Isolation และอาจจะเปิดตัวต้นปีหน้า
BASUP!
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รีวิว Back 4 Blood สานต่อตำนานเกมยิงฝูงซอมบี้ได้อย่างยอดเยี่ยม นี่แหละภาคต่อที่ควรจะเป็น
21/10/2021

Back 4 Blood คือเกมแนวยิงซอมบี้จากทาง Turtle Rock Studios ทีมพัฒนาที่เคยเปิดตำนานเกมสุดฮิตอย่าง Left 4 Dead ภาคแรก ที่ถูก Valve จ้างพัฒนา ซึ่งเกม Back 4 Blood เองถือว่าได้เอาองค์ประกอบหลายๆ อย่างของเกมที่พวกเขาเคยสร้างมาไว้ในเกมนี้ทั้งหมด แถมยังเพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ ใส่เข้ามาด้วย ซึ่งเหล่าแฟนๆ เองก็ต่างสนใจเกมนี้เป็นอย่างมาก เพราะเราเองก็ไม่ได้เห็นเกม Left 4 Dead 2 หลังจากที่ปล่อยภาค 2 มากกว่า 12 ปีแล้ว และในวันที่ 12 ตุลาคม 2021 ผู้พัฒนาก็ทำการปล่อยเกมนี้ออกมาให้เราเล่นอย่างเป็นทางการ และเรา GameFever TH เองก็จะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่า Back 4 Blood จะสามารถเทียบเพียงเกมเก่าที่ตัวเองเคยสร้างไว้ได้หรือไม่ ?

เนื้อเรื่อง

พลอตของเกมจะเล่าเรื่องโลก Post-Apocalypse ที่โดนเชื้อปรสิตนามว่า the Devil Worm (หนอนปีศาจ) ที่แหล่งกำเนิดมาจากต่างดาว และเปลี่ยนคนตายให้กลายพันธุ์ซึ่งถูกเรียกว่า Ridden และเราเองจะได้รับบทเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตทั้ง 8 ที่ถูกเรียกว่า The Cleanner ซึ่งได้รับหน้าที่ปกป้องดินแดน Fort Hope ที่มนุษย์อาศัยอยู่ แต่อย่างที่ทราบว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใด เนื้อเรื่องถูกสร้างมาให้เรามีเหตุผลในด้านเอาไม้หวด หรือยิงเหล่าซอมบี้มากกว่า 


กราฟิก / การนำเสนอ

ในด้านกราฟิกต้องขอชื่นชมเลยทีเดียว เพราะตัวเกมไม่ได้กินสเปกอย่างที่เดาไว้เลย เพราะตัวผู้เขียนนั้นเล่นเกมนี้บนเครื่อง PC สเปกระดับกลางๆ I5 8400 + GTX 1060 6GB ซึ่งตัวผู้เขียนนั้นปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็สามารถรันเฟรมเรทได้มากถึง 100-120FPS เล่นได้แบบสบายๆ 

แต่ในส่วนของงานด้านภาพนั้นถ้าให้เปรียบเทียบกับเกม Left 4 Dead ซึ่งมันแน่นอนว่าตัวภาพของ Back 4 Blood ค่อนข้างมีกราฟิกที่สวยและสมจริงกว่าในด้านของโมเดลตัวละคร หรือตึกราบ้านช่องต่างๆ แต่สิ่งที่ส่วนตัวรู้สึกว่าทาง Left 4 Dead ทำได้ดีกว่าก็คงจะเป็นความโหดของตัวเกมที่ฉากเลือด ความแหวะของตัวเกมจะดูทำได้ดีมากกว่า หรือจะเป็นฉากยิงหัวซอมบี้ระเบิด ฟันขาขาด แขนขาด ก็ถูกตัดไปทั้งหมดภายในเกม Back 4 Blood นี้ ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะว่าในสมัยที่เกม Left 4 Dead วางจำหน่ายแรกๆ นั้นถูกหลายๆ ประเทศแบนเพราะเนื้อหารุนแรงไป ทางผู้พัฒนาเลยเลือกที่จะเซฟไว้ก่อนก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้อรรถรสของเกมดูดรอปลงไปเยอะพอสมควร


เกมเพลย์

ในด้านการเล่นอย่างที่คนเคยเล่น Left 4 Dead ก็น่าจะทราบกันอยู่แล้ว ก็คือการที่เราจะได้จัดปาร์ตี้ 4 คนเข้าไปไล่ยิงไล่ตีซอมบี้ข้างในนั้น แต่ทว่าเกม Back 4 Blood ค่อนข้างมีระบบที่มากกว่าอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างแรกคือระบบความสามารถของแต่ละตัวละครที่จะมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ให้แต่ละคนมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน อย่างเช่นตัวละคร Holly มีความสามารถในการป้องกันการโจมตีศัตรูเพิ่มขึ้น 10% เธอจะได้รับ 10 Stamina ถ้าหากฆ่าศัตรูได้ หรือ Evangelo ที่จะ Stamina Regen 25% และสามารถปลดพันธนาการจากการโดนจับได้ โดยทั้งสองตัวละครนี้เหมาะสำหรับการเล่นด้วยอาวุธระยะประชิด ตัวละครอย่าง Walker และ Jim ที่สามารถสร้าง Stack ดาเมจด้วยปืน หรือจะเป็น Doc ที่สามารถเพิ่มเลือดให้เพื่อนมากขึ้นได้


ระบบต่อมาที่ทำให้ตัวเกมค่อนข้างสนุกมากๆ ก็คือระบบการ์ดที่เราสามารถจัดเดคตามสไตล์ที่เราชอบได้ 15 ใบ ซึ่งพอจัดเดคแล้วนั้นตัวการ์ดจะออกมาเป็นระบบสุ่ม และให้เรานั้นจั่วการ์ดที่ชอบได้ โดยเราสามารถจัดเดคที่เหมาะสมกับตัวละครที่เราเล่นได้ อย่างเช่นการ์ดที่จะเพิ่มเลือด 1 ถ้าหากเราโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิด ซึ่งมันก็เหมาะสำหรับตัวละครอย่าง Evangelo และ Holly หรือจะเป็นการ์ดที่เพิ่มแม็กกระสุน ยิงแม่นขึ้น ซึ่งอาจจะเหมาะตัวละครที่ใช้ปินเป็นหลักได้ โดยเริ่มแรกเรานั้นจะไม่ได้มีการ์ดมาให้จัดเยอะ แต่พอเล่นจบด่านไปเรื่อยๆ เราจะได้รับแต้มมาซื้อการ์ดตามที่เราชอบได้ ซึ่งตัวการ์ดก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นระบบที่เข้ามาแก้เบื่อให้เราได้พอสมควร


นอกจากนี้แต่ละแผนที่ยังมีระบบที่เรียกว่า Corruption Cards ที่จะปรากฏมาในแต่ละด่าน ซึ่งมันจะเป็นอีเวนต์ย่อยๆ ของแต่ละด่านนั้นเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการที่เราจะได้เจอศัตรูใหม่ๆ ภายในด่าน หรือจะมีจุดที่ให้เราไปเปิดเพื่อได้รับไอเท็มและเงินรางวัลมากขึ้น


ส่วนในด้านเกมเพลย์ภายในด่านนั้น ถ้าใครเคยเล่น Left 4 Dead มา ถ้าหากคุณเล่นเกมระดับ Easy ต้องยอมรับว่าตัวเกมค่อนเล่นผ่านง่ายพอสมควร เดินยิงชิลๆ ก็สามารถผ่านด่านได้อย่างง่ายดาย แต่ผิดกับ Back 4 Blood ที่ทางผู้พัฒนาเองก็ได้แก้ไขความง่ายนี้ และทำให้ตัวเกมมีความยากมากขึ้น ต้องใช้ทีมเวิร์คมากขึ้น เพราะต่อให้คุณจะเล่นเกมในระดับง่าย เหล่าซอมบี้ก็สามารถลุมโจมตีคุณและทำให้เสียเลือดหมดหลอดในชุดเดียวได้เลย ส่วนความยากระดับปานกลางทางเหล่าซอมบี้ก็ยังโจมตีแรงเท่าเดิม แต่เราสามารถยิงเพื่อนได้ และโหมดยากสุดอย่าง Nightmare ที่ซอมบี้จะเลือดมากขึ้น ตีแรงขึ้น ยิงแรงขึ้นด้วย รวมถึงตัวเกมมากับระบบการเล่นแบบ Cross Play ที่เราสามารถปาร์ตี้ได้ทั้ง PC, PlayStation และ Xbox เลยทีเดียว


นอกจากด่านของตัวเกมจะมีให้เราเล่นด้วยกันทั้งหมด 4Act ซึ่งแต่ละ Act ก็จะมีด่านมากมายต่างกันไป และเสน่ห์สำคัญเลยนั่นก็คือบางด่านนั้นก็จะมีเควส Objective ในด่านนั้นๆ ให้เราทำด้วย ถึงแม้ว่ามันอาจจะคล้ายคลึงกับเกม Left 4 Dead ก็จริง แต่ใน Back 4 Blood แทบจะมีเควสให้เราทำเกือบทุกด่าน ต่างจากเกมรุ่นพี่ที่มักจะมีมาเฉพาะด่านสุดท้ายของแต่ละ Act เท่านั้น นอกจากนี้ในแต่ละด่านถึงแม้ว่ามันจะพาเรากลับมายังโซนเดิมที่เคยมาแล้วก็จริง แต่ด่านนั้นอาจจะพาเราเข้าไปสำรวจจุดใหม่ๆ ที่เราไม่เคยไป และไม่ได้รู้สึกถึงความน่าเบื่อเลย


รวมถึงตัวเกมมาพร้อมกับระบบกล่องซื้อขายของ ที่เรานั้นจะสามารถเก็บ Coin ภายในเกมและเอามาซื้อของตอนอยู่ Safezone ได้ ซึ่งเราสามารถซื้อได้กระทั่งปืนใหม่ๆ กระสุน เลือด อุปกรณ์แต่งปืน ยา ระเบิด และอื่นๆ อีกมามาย คราวนี้มันก็หมดปัญหาการที่เราถูกเพื่อนแย่งยา หรือระเบิดเหมือนอย่างในเกม Left 4 Dead แล้วด้วย


ส่วนในโหมดเสริมที่เกมนี้ใส่เข้ามาด้วยก็คงจะเป็นโหมด PvP ที่เรียกว่า Swarm จะแบ่งฝั่งออกเป็น 4v4 โดยเราและฝ่ายตรงข้ามจะได้เล่นเป็นทั้งฝ่ายคนและซอมบี้ ซึ่งวิธีการชนะคือถ้าหากคุณเป็นมนุษย์คุณจะต้องอยู่รอดให้นานที่สุดกว่าฝ่ายตรงข้าม แค่นี้คุณก็จะได้ 1 แต้ม ส่วนถ้าหากคุณเป็นฝ่ายซอมบี้ คุณก็แค่ต้องทำทุกวิธีทางในการกำจัดฝ่ายตรงข้ามให้ได้ไวที่สุดเท่านั้นเอง และตัวโหมดนี้ทางผู้พัฒนาเองตัดระบบเรื่องการฟาร์มการ์ดออกไป ซึ่งทุกคนสามารถมีการ์ดครบเลยตั้งแต่แรก เพื่อให้เกมมีความสมดุลย์ด้วย


ความรู้สึก

จากที่ได้ลองเล่นมา Back 4 Blood ถือว่าเป็นเกมที่ค่อนข้างสนุกพอสมควร ถึงแม้ว่าโดยรวมเราจะรู้อยู่แล้วว่ามันก็คือเกมสไตล์ Left 4 Dead นั่นแหละ ความรู้สึกโดยรวมมันไม่ได้ต่างกัน เพียงแค่ระบบที่ถูกใส่เข้ามาทำให้มันรู้สึกใหม่มากมาย สิ่งที่ชอบมากๆ ของเกมนี้ก็คงเป็นระบบปืนที่มีแรงดีด เสียงที่ค่อนข้างสมจริงมากกว่าเกมรุ่นพี่ และสิ่งที่ชอบอีกอย่างก็คงจะเป็นระบบความโหดที่มากขึ้นกว่าเกม Left 4 Dead ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นโหมดง่าย เพราะมันจะทำให้ตัวเกมท้าทายมากขึ้น (ถึงแม้ว่าจะเป็นโหมดง่ายสุดก็เถอะ) แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเปื่อยจนเกินไป เพราะต้องเข้าใจว่าบางคนเองก็ไม่ได้อยากเล่นโหมดที่มันยากเกิน แต่ก็ไม่อยากได้อะไรที่ง่ายจนจะหลับ


ส่วนสิ่งที่ไม่ชอบก็คงจะเป็นโหมด Swarm ที่หลังจากได้ลองเล่นมันไม่ได้ชวนให้น่าเล่นต่อแต่อย่างใด เพราะมันจะส่งเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่เล็กๆ (ฝั่งคน) และสู้จนกว่าจะตาย ซึ่งส่วนตัวชอบโหมด PvP ใน Left 4 Dead มากกว่า กับโหมดที่ฝ่ายมนุษย์จะได้เข้าไปเล่นในด่านของโหมด Campaign ทั่วไป และฝ่ายคนจะได้เล่นเป็นซอมบี้พิเศษมาขัดขวาง หวังว่าในอนาคตทางผู้พัฒนาจะเอาโหมดนี้เข้ามาให้เราเล่นบ้าง  รวมถึงปัญหาที่ยังพบเจอตั้งแต่ Open Beta ก็คือมันจะมีฝั่งที่สู้ไม่ได้และชอบกดออกเกมกลางคัน ทำให้คนที่เหลือถ้าไม่กดออกเกมไป ก็จะต้องยอมโดนยำจนกว่าเกมจะจบ


ส่วนงานด้านภาพนั้นถึงแม้ว่าจะค่อนข้างผิดหวังเรื่องความโหด ความแหวะที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ทางผู้เขียนก็ค่อนข้างเข้าใจเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกทำกราฟิกเลือดให้ออกมาเป็นแบบนี้ อย่างที่บอกก็เป็นเพราะที่จะให้ตัวเกมสามารถวางขายได้เกือบทุกประเทศ ในส่วนนี้ก็เลยรับได้


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
สตรีมเมอร์ดังจัดแข่ง Squid Game ในชีวิตจริง ชิงเงินรางวัลนับล้านบาท!
OcelotBoy
Vampire: The Masquerade – Swansong ประกาศเลื่อนวางจำหน่ายไปอีก 3 เดือน
BASUP!
ข่าวลือ: Valve กำลังพัฒนาเกม Co-op FPS จากจักรวาล Half-Life สำหรับ Steam Deck
OcelotBoy
เสียใจทีหลัง! Hideo Kojima ได้รับเชิญให้ดู Arcane ล่วงหน้า แต่ดันปฏิเสธ!
OcelotBoy
ลือ !! BioShock ภาคใหม่จะใช้ชื่อว่า BioShock Isolation และอาจจะเปิดตัวต้นปีหน้า
BASUP!
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
Show header