GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
บทความ
[บทความ] ย้อนรอย XIII จากเกมยิงคัลท์คลาสสิค สู่การ Remake ในเวอร์ชั่น Remake กันอีกรอบ
ลงวันที่ 01/10/2022

หากคุณเป็นแฟนเกมยิงรุ่นเก๋า อาจจะเคยเห็น หรือเคยเล่นและรู้จักกันมาบ้างกับเกมยิงชื่อแปลกที่ชื่อว่า XIII กันมาบ้าง เพราะมันคือหนึ่งในชื่อของเกมยิงระดับคลาสสิคที่ถูกหยิบกลับมา Remake ใหม่อีกรอบในปี 2020 แต่กลับออกมาล้มเหลวไม่เป็นท่า จนมันต้องถูกปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2022 นี้ และถึงแม้ว่าเกมจะออกมาดีพอตัวแล้ว แต่วันนี้เราจะมาพาทุกท่านย้อนไปรู้จักกับเกมยิงสุดคัลท์อย่าง XIII กัน

สร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังของเบลเยี่ยม


XIII เป็นชื่อของหนังสือการ์ตูนชุดของประเทศเบลเยี่ยมที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1984 ผู้เขียนคือ Jean Van Hamme แต่กว่าที่มันจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นวิดีโอเกม ก็ล่วงเลยเข้าสู่ปี 2002 เข้าไปแล้ว โดยผู้สร้างเกมฉบับ Classic ปี 2003 ก็ไม่ใช่ค่ายอื่นไกล แต่เป็นค่ายอย่าง Ubisoft นั่นเอง ที่ตอนนั้นประกาศคว้าลิขสิทธิ์ในการทำเกมนี้มา แต่ใครที่คิดว่า Ubisoft ยุคปัจจุบัน เลื่อนขายเกมเก่งแล้ว ขอบอกว่าเขาเลื่อนเก่งกันมาตั้งแต่ปี 2002 ในตอนแรก XIII มีแผนจะวางจำหน่ายในปี 2002 แต่ก็ถูกเลื่อนมาขายในปี 2003 โดยตอนนั้นสื่อใหญ่คาดการณ์ดว่าเป็นการเลื่อนเพื่อหลบเกมฟอร์มใหญ่ในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็น Doom III, Max Payne 2, Warcraft III และขัดเกลาตัวเกมเพิ่มด้วย 


หลังเวลาผ่านไป Ubisoft เล่นใหญ่ด้วยการดึงเอา Eve Jihan Cooper แรปเปอร์สาวชื่อดังในยุคนั้นมาพากย์เสียงตัวละครหลัก พร้อมกับปล่อยข้อมูลต่าง ๆ มากมาย จนตัวเกมพร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 18 พฤศจิกายนปี 2003 แน่นอนว่าดว้ยกระแสของตัวเกมเองที่อยู่ตรงกลาง ทำให้บทวิจารณ์ที่มันได้รับก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ด้วย


สิ่งที่ทำให้ XIII กลายเป็นที่จดจำ และมีฐานแแฟนเป็นของตัวเองคือการที่เกมพยายามนำเสนอตัวเองให้ออกมาเหมือนกับรูปแบบในหนังสือการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องแบบเป็นช่อง หรือพวกเอฟเฟคท์ภายในเกมต่าง ๆ ที่จะมีตัวหนังสือขึ้นมาแบบเดียวกันกับหนังสือการ์ตูนเลยด้วย ไม่ใช่แค่การยิง แต่ทุกการกระทำภายในเกมจะมีการเล่าเรื่องในสไตล์การ์ตูนต้นฉบับเลย รวมไปถึงกราฟิกภายในเกมก็เป็นแบบ Cel-Shaded แบบเดียวกันกับการ์ตูน แม้จะมีจุดขายของตัวเองที่โดดเด่นมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเฉพาะกลุ่มจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่เกมวางจำหน่าย ทุกคนก็จะไม่รู้ว่า XIII นั้น คือเกมยิงที่อิงจากการ์ตูนที่มีอายุเกือบ 20 ปี (ในตอนนั้น) แน่นอนว่ากว่ามันจะประสบความสำเร็จ ก็ต้องใช้เวลา กว่าคนจะจดจำได้ และกลายเป็นเกมยิงคัลท์คลาสสิคในเวลาต่อมา

เกมเพลย์การเล่นแบบเป็นเส้นตรง แต่เพลิดเพลินและบันเทิงอย่างมาก


ด้วยความที่รูปแบบของต้นฉบับมันคือหนังสือการ์ตูน ดังนั้นเส้นเรื่องของเกมนี้จึงไม่ค่อยซับซ้อน ตัวเกมว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ความจำเสื่อมและถูกพบตัวที่ชายหาดในบรุคลิน เมืองนิวยอร์ก ก่อนทีเขาจะถูกตามล่า เขาจึงต้องคิดให้ออกว่าเขาเป็นใคร ไปพร้อม ๆ กับการหลบหนีการตามล่า

XIII เป็นเกมแนว First Person Shooter และมีการผสมผสานกันระหว่างการลอบเร้นและการบู๊แอ็คชั่น ตัวเกมฉบับคลาสสิคนั้นมีความยาว 13 Chapters และภารกิจแยกย่อยอีกมากมาย ภายในเกมจะมีอาวุธให้ผู้เล่นเลือกใช้งานหลากหลาย แต่ไม่ได้สามารถจัดมาเป็น Loadout แล้วลุยได้ แต่ละภารกิจผู้เล่นจะเจอศัตรูที่ต่างกัน และสามารถเก็บอาวุธและกระสุนจากศพศัตรูได้ ในขณะที่บางภารกิจนั้นเราจะได้ลอบเร้น และห้ามฆ่าศัตรู ต้องทำให้สลบโดยใช้อาวุธประเภททุบตีแทนเท่านั้น


ในตลอด 13 Chapters เกมการเล่นจะถูกเล่าแบบเป็นเส้นตรงทั้งหมด แต่ในบางฉาก ผู้เล่นจะมีอิสระที่จะเลือกไปสำรวจได้เล็กน้อย เพื่อหาอาวุธ กระสุน ไอเทมเพิ่มเติม แต่ท้ายที่สุดแล้ว เกมจะมี Objective เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำถึงจะไปต่อยังภารกิจถัดไปได้ ทำให้มันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน และปล่อยให้ผู้เล่นสนุกไปกับความแอ็คชั่นของเกมเท่านั้นเอง

การ Remake ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า


ในช่วงกลางปี 2020 หลังจากเลื่อนวางจำหน่ายมาเกือบปี XIII Remake ที่ประกาศสร้างกันมาสักพักใหญ่ ๆ ก็ได้ฤกษ์กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2020 แต่คราวนี้ผู้มารับหน้าที่ Remake นั้น ไม่ใช่ Ubisoft Paris เจ้าเก่าแล้ว แต่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้ส่งมอบให้ PlayMagic เป็นผู้รับหน้าที่แทน และการกลับมาของเกมอายุมากแล้ว ก็ศร้างความคาดหวังให้กับแฟน ๆ บางส่วน

แต่สุดท้ายแล้วมันคือหนึ่งในความล้มเหลวของปี 2020 เลยก็ว่าได้ เมื่อ XIII Remake นั้น ออกมาในสภาพที่ดูไม่ได้เลยทีเดียว เพราะมันเต็มไปด้วยบั๊กและปัญหา Performance ที่หลายคนบอกว่า เวอร์ชั่น Original นั้น ดูดีกว่ามาก ในช่วงแรกนั้น แม้กระทั่งการ์ดจอระดับสูงอย่าง RTX 2070 ยังไม่สามารถเล่นได้ด้วยเฟรมเรทที่เกิน 60 ขึ้นไป แถมปัญหาด้านการแสดงผลเสียงก็ห่วยมาก จนอรรถรสในการเล่นเกมขาดหาย


XIII Remake จึงกลายเป็นเกมที่โดนวิจารณ์อย่างหนักและโดนถล่มรีวิวในแง่ลบจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในเกมคว่ำครั้งใหญ่ของปี 2020 แต่กาลเวล่าผ่านไป 2 ปี ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทางเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง Microids ไม่ได้คิดจะทอดทิ้งเกมนี้ และเลือกที่จะปัดฝุ่นมันใหม่อีกรอบให้เหมือนกับเป็นการ Remaster ในเกม Remake อีกที

การ Remaster ในเกมเวอร์ชั่น Remake แต่ก็ยากจะเปลี่ยนประสบการณ์คนเล่น


กลางเดือนสิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา ข่าวที่ทำให้แฟน ๆ หลายคนเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะแฟนเกม XIII โดยทาง Microids ออกมาประกาศเตรียมอัปเดตยกเครื่องเกม XIII ขึ้นมาใหม่ โดยคราวนี้ได้มอบหมายให้ทาง Tower Five เป็นผู้รับหน้าที่แทน โดยตัวเกมเวอร์ชั่นนี้จะเป็นการยกเครื่องใหม่ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ Remaster ในตัวเกมเวอร์ชั่น Remake อีกทีเลยก็ว่าได้

สิ่งที่ตัวเกมได้ปรับปรุงแก้ไขเป็นอย่างแรกคือเรื่องของฟิสิกส์ Ragdoll ที่ตัวเกมเวอร์ชั่น Remake ตอนครั้งแรกนั้น ทำออกมาได้แย่มาก ทุกครั้งที่เรายิงโจมตีศัตรูจนตาย ฟิสิกส์การตายของศัตรูนั้นจะค่อนข้างแปลกประหลาด และไม่มีความเป็นธรรมชาติเลย ทำให้อรรถรสในการเล่นเสียไป ฟิสิกส์จึงเป็นสิ่งแรกที่ได้รับการแก้ไข ในตอนนี้ตัวเกมเวอร์ชั่น Remake ก็จะเห็นอนิเมชั่นการตายของศัตรูที่สมจริงมากยิ่งขึ้น


ต่อมาคือการเปลี่ยน Texture ให้กลับไปเป็นลายเส้นแบบ Cel-Shaded เหมือนเดิมกับตัวต้นฉบับ แต่จะมีรายละเอียดที่มากกว่าเดิมให้สมกับเป็นการรีเมค ส่วนคัทซีนต่าง ๆ เองก็ยังคงเล่าเรื่องแบบหนังสือการ์ตูนตามเดิม ต่อมาคือเรื่องของระบบเสียง หลังจากที่มีปัญหาและไม่ได้รับการแก้ไขก็ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้วเรียบร้อย และ A.I. ศัตรูที่ไม่โง่แล้ว มีความท้าทายตามระดับที่เราเลือกเล่น 

แน่นอนว่าตัวเกมในฉบับที่ได้รับการปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ทำให้มันดูเหมือนเป็นการ Remaster ตัวเกมกลาย ๆ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามันไม่ได้ต่างไปจากต้นฉบับเกมเมื่อปี 2003 แถมยังตัดโหมด Multiplayer ออกอีกต่างหาก แถมกว่าจะแก้ไขก็ใช้เวลาปาเข้าไปกว่า 2 ปี ความอยากเล่นของแฟนเกมหลายคนก็คงลดลงไปหมดแล้ว

ทำให้แม้ว่า XIII Remake จะได้รับคำชมในเรื่องของการไม่ทิ้งเกม แต่ที่สุดแล้ว ด้วยระยะเวลาที่นานเกินไป บวกกับภาพจำของเกมที่ไม่ค่อยจะดีแต่แรก XIII Remake จึงกลายเป็นอีกเกมที่เงียบหายไปกับกระแสเกมต่าง ๆ ที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน แต่สุดท้าย มันก็ไม่ใช่เกมห่วยอะไร หากใครมีโอกาสได้สัมผัสมัน ก็อาจจะชอบและประทับใจไปกับมันได้อยู่ดี


ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
[ขุมทรัพย์ GF] รู้จักกับ Nightingale เกมออนไลน์ Survival ที่ให้ผจญภัยในต่างมิติ และสู้อสูรยักษ์กับเพื่อน!
IHu
CD Projekt Red ยืนยัน !! The Wicher ภาคแรกฉบับ Remake จะมาหลังจากเกม The Witcher ภาคต่อ
BASUP!
Tekken 8 อาจจะถูกเปิดตัวในงาน The Game Awards 2022 วันที่ 9 ธันวาคมนี้ !!
BASUP!
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[บทความ] ย้อนรอย XIII จากเกมยิงคัลท์คลาสสิค สู่การ Remake ในเวอร์ชั่น Remake กันอีกรอบ
01/10/2022

หากคุณเป็นแฟนเกมยิงรุ่นเก๋า อาจจะเคยเห็น หรือเคยเล่นและรู้จักกันมาบ้างกับเกมยิงชื่อแปลกที่ชื่อว่า XIII กันมาบ้าง เพราะมันคือหนึ่งในชื่อของเกมยิงระดับคลาสสิคที่ถูกหยิบกลับมา Remake ใหม่อีกรอบในปี 2020 แต่กลับออกมาล้มเหลวไม่เป็นท่า จนมันต้องถูกปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้งในปี 2022 นี้ และถึงแม้ว่าเกมจะออกมาดีพอตัวแล้ว แต่วันนี้เราจะมาพาทุกท่านย้อนไปรู้จักกับเกมยิงสุดคัลท์อย่าง XIII กัน

สร้างจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังของเบลเยี่ยม


XIII เป็นชื่อของหนังสือการ์ตูนชุดของประเทศเบลเยี่ยมที่ตีพิมพ์มาตั้งแต่ปี 1984 ผู้เขียนคือ Jean Van Hamme แต่กว่าที่มันจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นวิดีโอเกม ก็ล่วงเลยเข้าสู่ปี 2002 เข้าไปแล้ว โดยผู้สร้างเกมฉบับ Classic ปี 2003 ก็ไม่ใช่ค่ายอื่นไกล แต่เป็นค่ายอย่าง Ubisoft นั่นเอง ที่ตอนนั้นประกาศคว้าลิขสิทธิ์ในการทำเกมนี้มา แต่ใครที่คิดว่า Ubisoft ยุคปัจจุบัน เลื่อนขายเกมเก่งแล้ว ขอบอกว่าเขาเลื่อนเก่งกันมาตั้งแต่ปี 2002 ในตอนแรก XIII มีแผนจะวางจำหน่ายในปี 2002 แต่ก็ถูกเลื่อนมาขายในปี 2003 โดยตอนนั้นสื่อใหญ่คาดการณ์ดว่าเป็นการเลื่อนเพื่อหลบเกมฟอร์มใหญ่ในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็น Doom III, Max Payne 2, Warcraft III และขัดเกลาตัวเกมเพิ่มด้วย 


หลังเวลาผ่านไป Ubisoft เล่นใหญ่ด้วยการดึงเอา Eve Jihan Cooper แรปเปอร์สาวชื่อดังในยุคนั้นมาพากย์เสียงตัวละครหลัก พร้อมกับปล่อยข้อมูลต่าง ๆ มากมาย จนตัวเกมพร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 18 พฤศจิกายนปี 2003 แน่นอนว่าดว้ยกระแสของตัวเกมเองที่อยู่ตรงกลาง ทำให้บทวิจารณ์ที่มันได้รับก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ด้วย


สิ่งที่ทำให้ XIII กลายเป็นที่จดจำ และมีฐานแแฟนเป็นของตัวเองคือการที่เกมพยายามนำเสนอตัวเองให้ออกมาเหมือนกับรูปแบบในหนังสือการ์ตูน ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรื่องแบบเป็นช่อง หรือพวกเอฟเฟคท์ภายในเกมต่าง ๆ ที่จะมีตัวหนังสือขึ้นมาแบบเดียวกันกับหนังสือการ์ตูนเลยด้วย ไม่ใช่แค่การยิง แต่ทุกการกระทำภายในเกมจะมีการเล่าเรื่องในสไตล์การ์ตูนต้นฉบับเลย รวมไปถึงกราฟิกภายในเกมก็เป็นแบบ Cel-Shaded แบบเดียวกันกับการ์ตูน แม้จะมีจุดขายของตัวเองที่โดดเด่นมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเฉพาะกลุ่มจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนที่เกมวางจำหน่าย ทุกคนก็จะไม่รู้ว่า XIII นั้น คือเกมยิงที่อิงจากการ์ตูนที่มีอายุเกือบ 20 ปี (ในตอนนั้น) แน่นอนว่ากว่ามันจะประสบความสำเร็จ ก็ต้องใช้เวลา กว่าคนจะจดจำได้ และกลายเป็นเกมยิงคัลท์คลาสสิคในเวลาต่อมา

เกมเพลย์การเล่นแบบเป็นเส้นตรง แต่เพลิดเพลินและบันเทิงอย่างมาก


ด้วยความที่รูปแบบของต้นฉบับมันคือหนังสือการ์ตูน ดังนั้นเส้นเรื่องของเกมนี้จึงไม่ค่อยซับซ้อน ตัวเกมว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ความจำเสื่อมและถูกพบตัวที่ชายหาดในบรุคลิน เมืองนิวยอร์ก ก่อนทีเขาจะถูกตามล่า เขาจึงต้องคิดให้ออกว่าเขาเป็นใคร ไปพร้อม ๆ กับการหลบหนีการตามล่า

XIII เป็นเกมแนว First Person Shooter และมีการผสมผสานกันระหว่างการลอบเร้นและการบู๊แอ็คชั่น ตัวเกมฉบับคลาสสิคนั้นมีความยาว 13 Chapters และภารกิจแยกย่อยอีกมากมาย ภายในเกมจะมีอาวุธให้ผู้เล่นเลือกใช้งานหลากหลาย แต่ไม่ได้สามารถจัดมาเป็น Loadout แล้วลุยได้ แต่ละภารกิจผู้เล่นจะเจอศัตรูที่ต่างกัน และสามารถเก็บอาวุธและกระสุนจากศพศัตรูได้ ในขณะที่บางภารกิจนั้นเราจะได้ลอบเร้น และห้ามฆ่าศัตรู ต้องทำให้สลบโดยใช้อาวุธประเภททุบตีแทนเท่านั้น


ในตลอด 13 Chapters เกมการเล่นจะถูกเล่าแบบเป็นเส้นตรงทั้งหมด แต่ในบางฉาก ผู้เล่นจะมีอิสระที่จะเลือกไปสำรวจได้เล็กน้อย เพื่อหาอาวุธ กระสุน ไอเทมเพิ่มเติม แต่ท้ายที่สุดแล้ว เกมจะมี Objective เพียงอย่างเดียวที่ต้องทำถึงจะไปต่อยังภารกิจถัดไปได้ ทำให้มันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน และปล่อยให้ผู้เล่นสนุกไปกับความแอ็คชั่นของเกมเท่านั้นเอง

การ Remake ที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า


ในช่วงกลางปี 2020 หลังจากเลื่อนวางจำหน่ายมาเกือบปี XIII Remake ที่ประกาศสร้างกันมาสักพักใหญ่ ๆ ก็ได้ฤกษ์กำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2020 แต่คราวนี้ผู้มารับหน้าที่ Remake นั้น ไม่ใช่ Ubisoft Paris เจ้าเก่าแล้ว แต่เจ้าของลิขสิทธิ์ได้ส่งมอบให้ PlayMagic เป็นผู้รับหน้าที่แทน และการกลับมาของเกมอายุมากแล้ว ก็ศร้างความคาดหวังให้กับแฟน ๆ บางส่วน

แต่สุดท้ายแล้วมันคือหนึ่งในความล้มเหลวของปี 2020 เลยก็ว่าได้ เมื่อ XIII Remake นั้น ออกมาในสภาพที่ดูไม่ได้เลยทีเดียว เพราะมันเต็มไปด้วยบั๊กและปัญหา Performance ที่หลายคนบอกว่า เวอร์ชั่น Original นั้น ดูดีกว่ามาก ในช่วงแรกนั้น แม้กระทั่งการ์ดจอระดับสูงอย่าง RTX 2070 ยังไม่สามารถเล่นได้ด้วยเฟรมเรทที่เกิน 60 ขึ้นไป แถมปัญหาด้านการแสดงผลเสียงก็ห่วยมาก จนอรรถรสในการเล่นเกมขาดหาย


XIII Remake จึงกลายเป็นเกมที่โดนวิจารณ์อย่างหนักและโดนถล่มรีวิวในแง่ลบจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในเกมคว่ำครั้งใหญ่ของปี 2020 แต่กาลเวล่าผ่านไป 2 ปี ใครจะรู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทางเจ้าของลิขสิทธิ์อย่าง Microids ไม่ได้คิดจะทอดทิ้งเกมนี้ และเลือกที่จะปัดฝุ่นมันใหม่อีกรอบให้เหมือนกับเป็นการ Remaster ในเกม Remake อีกที

การ Remaster ในเกมเวอร์ชั่น Remake แต่ก็ยากจะเปลี่ยนประสบการณ์คนเล่น


กลางเดือนสิงหาคม 2022 ที่ผ่านมา ข่าวที่ทำให้แฟน ๆ หลายคนเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะแฟนเกม XIII โดยทาง Microids ออกมาประกาศเตรียมอัปเดตยกเครื่องเกม XIII ขึ้นมาใหม่ โดยคราวนี้ได้มอบหมายให้ทาง Tower Five เป็นผู้รับหน้าที่แทน โดยตัวเกมเวอร์ชั่นนี้จะเป็นการยกเครื่องใหม่ ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการ Remaster ในตัวเกมเวอร์ชั่น Remake อีกทีเลยก็ว่าได้

สิ่งที่ตัวเกมได้ปรับปรุงแก้ไขเป็นอย่างแรกคือเรื่องของฟิสิกส์ Ragdoll ที่ตัวเกมเวอร์ชั่น Remake ตอนครั้งแรกนั้น ทำออกมาได้แย่มาก ทุกครั้งที่เรายิงโจมตีศัตรูจนตาย ฟิสิกส์การตายของศัตรูนั้นจะค่อนข้างแปลกประหลาด และไม่มีความเป็นธรรมชาติเลย ทำให้อรรถรสในการเล่นเสียไป ฟิสิกส์จึงเป็นสิ่งแรกที่ได้รับการแก้ไข ในตอนนี้ตัวเกมเวอร์ชั่น Remake ก็จะเห็นอนิเมชั่นการตายของศัตรูที่สมจริงมากยิ่งขึ้น


ต่อมาคือการเปลี่ยน Texture ให้กลับไปเป็นลายเส้นแบบ Cel-Shaded เหมือนเดิมกับตัวต้นฉบับ แต่จะมีรายละเอียดที่มากกว่าเดิมให้สมกับเป็นการรีเมค ส่วนคัทซีนต่าง ๆ เองก็ยังคงเล่าเรื่องแบบหนังสือการ์ตูนตามเดิม ต่อมาคือเรื่องของระบบเสียง หลังจากที่มีปัญหาและไม่ได้รับการแก้ไขก็ได้รับการปรับปรุงใหม่แล้วเรียบร้อย และ A.I. ศัตรูที่ไม่โง่แล้ว มีความท้าทายตามระดับที่เราเลือกเล่น 

แน่นอนว่าตัวเกมในฉบับที่ได้รับการปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง ทำให้มันดูเหมือนเป็นการ Remaster ตัวเกมกลาย ๆ แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่ามันไม่ได้ต่างไปจากต้นฉบับเกมเมื่อปี 2003 แถมยังตัดโหมด Multiplayer ออกอีกต่างหาก แถมกว่าจะแก้ไขก็ใช้เวลาปาเข้าไปกว่า 2 ปี ความอยากเล่นของแฟนเกมหลายคนก็คงลดลงไปหมดแล้ว

ทำให้แม้ว่า XIII Remake จะได้รับคำชมในเรื่องของการไม่ทิ้งเกม แต่ที่สุดแล้ว ด้วยระยะเวลาที่นานเกินไป บวกกับภาพจำของเกมที่ไม่ค่อยจะดีแต่แรก XIII Remake จึงกลายเป็นอีกเกมที่เงียบหายไปกับกระแสเกมต่าง ๆ ที่เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน แต่สุดท้าย มันก็ไม่ใช่เกมห่วยอะไร หากใครมีโอกาสได้สัมผัสมัน ก็อาจจะชอบและประทับใจไปกับมันได้อยู่ดี


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
[ขุมทรัพย์ GF] รู้จักกับ Nightingale เกมออนไลน์ Survival ที่ให้ผจญภัยในต่างมิติ และสู้อสูรยักษ์กับเพื่อน!
IHu
CD Projekt Red ยืนยัน !! The Wicher ภาคแรกฉบับ Remake จะมาหลังจากเกม The Witcher ภาคต่อ
BASUP!
Tekken 8 อาจจะถูกเปิดตัวในงาน The Game Awards 2022 วันที่ 9 ธันวาคมนี้ !!
BASUP!
พบข้อมูลว่าเกม Borderlands 3 กำลังจะบุกมาวางขายให้เล่นได้บน Nintendo Switch!
IHu
LEGO Star Wars: The Skywalker Saga จะเปิดให้เล่นได้บน Game Pass ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้!
IHu
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
Show header