GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
บทความ
[บทความ] ทำไมเกมมือถือถึงเป็นบ่อเงินบ่อทองของผู้พัฒนาเกม?
ลงวันที่ 22/07/2022

สิ่งที่เรียกว่าสมา์รตโฟนหรือโทรศัพท์มือถือนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะนอกจากมันจะสามารถใช้ติดต่อสื่อสารตามชื่อเรียกของมันแล้ว ความสมาร์ตของมันยังทำให้โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้ใช้แค่โทรเข้าและโทรออกอีกต่อไป


มันสามารถเป็นได้ทั้งกล้องถ่ายรูป ไฟฉาย วิทยุ โทรทัศน์ เราต์เตอร์อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มสำหรับเล่นวิดีโอเกม ซึ่งหากใครได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการเกมมาบ้าง เชื่อว่าคุณก็น่าจะเคยได้ยินข่าวถึงเกมบนมือถือที่กอบโกยรายได้ไปมหาศาล แม้ตัวเกมอาจจะไม่ได้ดูดีระดับเกม AAA ที่คุณเคยเล่นมาก็ตาม


และถ้าหากลองสังเกตให้ดี เราก็จะเห็นว่า บรรดาบริษัทผู้พัฒนาเกมต่าง ๆ ในยุคนี้ ล้วนหาช่องทางนำเกมของตัวเองมาดัดแปลงลงสู่แพลตฟอร์มของโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น ส่วนสาเหตุเบื้องหลังของการทำเกมต่าง ๆ ลงมือถือนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง


ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยกว่า


ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเป็นแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง ทั้งปัญหาการระบายความร้อน ปริมาณความจุของตัวเครื่อง ปริมาณความจุของแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของชิปเซ็ต ความละเอียดของหน้าจอ และอื่น ๆ อีกมากมาย และด้วยตัวแพลตฟอร์มที่ถูกตีกรอบเอาไว้แบบนี้ มันจึงได้ถูกส่งต่อมายังวิดีโอเกมที่ถูกพัฒนาลงโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

Evolution of Smartphones in 10 Years! - YouTube

ภาพจาก Utsav Techie


ทว่าเมื่อลองมองอีกมุมหนึ่ง การที่แพลตฟอร์มถูกตีกรอบเอาไว้ตั้งแต่ต้น มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เพราะมันสามารถทำให้คุณภาพ และประสิทธิภาพของเกมลดทอนลงได้ โดยที่ไม่มีคนบ่นหรือด่ากราดมากเท่ากับแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง เราน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ก็มันเป็นเกมมือถือ จะให้มันมีแบบโน้น แบบนี้ เหมือนเกมบน PC หรือคอนโซลได้ยังไง” กันมาบ้างแหละ


ซึ่งเมื่อตัวเกมมันถูกลดทอนประสิทธิภาพหลาย ๆ อย่างลง แถมไฟล์เกมก็ต้องถูกบีบอัดให้เล็กมากที่สุด เพื่อรองรับกับความจุของโทรศัพท์ที่ไม่สามารถเพิ่มเข้าไปได้ทีหลัง (โทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ มักจะใส่ SD Card เพิ่มความจุไม่ได้แล้ว)

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันจึงทำให้เกมมือถือถูกพัฒนาและจัดจำหน่ายออกมาได้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าเกมบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง


ใช้ทีมพัฒนาเพียงหยิบมือ


สืบเนื่องมาจากที่ตัวเกมมีขนาดเล็กลง ต้องการความใส่ใจในรายละเอียดที่น้อยลง นั่นจึงทำให้ทีมพัฒนาเกมในมือถือนั้น มีจำนวนคนต่อทีมที่น้อยลงเช่นกัน มันอาจจะฟังดูย้อนแย้งไปบ้าง ในการให้คนจำนวนเพียงน้อยนิดมาพัฒนาเกมที่อาจจะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทในภายหลัง แต่ถ้าหากเราลองมองในแง่ของการจัดสรรคนให้เข้ากับปริมาณงานนั้น เราก็จะมองว่ามันดูสมเหตุสมผลได้ไม่ยากเลย


โดยถ้าให้เทียบง่าย ๆ การทำเกมมือถือสักหนึ่งเกมที่เน้นไปที่การขายตัวละครหรือมีระบบกาชาปอง กับเกมระดับ AAA สักหนึ่งเกมที่มีเนื้อเรื่องยอดเยี่ยม งานภาพสุดสวยงาม และระบบเกมเพลย์ที่โคตรสนุก วนกลับมาเล่นใหม่ได้ไม่รู้เบื่อ แค่ฟังจากตรงนี้ก็น่าจะรู้แล้วนะ ว่าเกมไหนที่ควรจะต้องการทีมพัฒนามากกว่า

Zeenoh Games: what's it like to be a small indie game developer in the  Philippines

ภาพจาก Tech in Asia


ทั้งสองเกมมีวิธีในการดึงดูดเงินจากกระเป๋าตังค์ของคุณไม่เหมือนกัน เกมแรกอาจจะดึงดูดเงินคุณด้วยการออกตัวละครสวย ๆ เท่ ๆ มาให้คุณอยากครอบครอง ส่วนอีกเกมนั้นอาจจะดึงดูดเงินคุณด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทีมพัฒนากว่า 100 ชีวิตร่วมกันตั้งใจทำ


และถึงต่อให้ขั้นตอนในการดึงดูดเงินจะแตกต่างกันก็จริง แต่สุดท้าย ถ้าผลลัพธ์ปลายทางคือการทำเงินได้ในจำนวนที่พอ ๆ กัน ยังไง้ยังไง เป็นใครก็คงต้องเลือกใช้หนทางที่มันเปลืองทรัพยากรน้อยกว่า อย่างการทำเกมมือถือนั่นแหละ


กับดักของเกมฟรี


ต้องยอมรับว่าค่านิยมของชาวเกมต่อเกมมือถือนั้น ค่อนข้างมีความพิลึกพิลั่นเป็นอย่างมาก เราจะได้เห็นจากบรรดาวิดีโอเกมทั้งหลายที่แต่ก่อนเคยเป็นเกมแบบต้องเสียเงินซื้อ แต่เมื่อพอร์ตมาลงให้กับโทรศัพท์มือถือ ทางผู้พัฒนาดันเลือกให้มันกลับกลายเป็นเกมฟรีซะอย่างนั้น ที่เห็นได้ชัดก็เป็นเกมอย่าง PUBG, Dead by Daylight และ Among Us


แน่นอนว่าที่ทางผู้พัฒนาเลือกที่จะแปลงเกมของพวกเขาให้เป็นเกมฟรี มันก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน โดยจุดประสงค์แรกเริ่มก็คือการเปิดให้เล่นฟรี เพื่อชักชวนคนให้เข้ามาสัมผัสกับเกมของพวกเขาให้ได้มากที่สุด จากนั้นเมื่อมีคนจำนวนมากพอแล้ว พวกเขาก็จะเริ่มใส่โปรโมชัน และของล่อตาล่อใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สกินสุดสวยที่ต้องมีไว้ในครอบครอง แบตเทิลพาสสุดคุ้ม จ่ายเงินหลักร้อยได้ไอเทมหลักพัน หรือแม้กระทั่งโปรโมชันเติมเงินครั้งแรก ได้ค่าเงินในเกมคูณสอง

ซึ่งต่อให้คุณเป็นคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรในเกมเป็นพิเศษ แต่ถ้าโดนเทคนิคการตลาดล่อกันขนาดนี้ มันก็ต้องมีหวั่นไหว จนเงินในบัญชีสั่นกันบ้างแหละ



และถ้าคุณยังสามารถใจแข็งพอ เกมบางเกมก็ได้ทวีความร้ายกาจมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใส่ภารกิจประจำวัน ดึงให้คนเล่นต้องมาติดหนึบกับตัวเกมอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยหากจะให้ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่เห็นภาพได้ชัดเจนก็คงเป็น Genshin Impact กับระบบ Daily Quest 


ภารกิจประจำวันพวกนี้ จะถูกสุ่มมาทุกวัน วันละ 4 ภารกิจ ถ้าหากผู้เล่นทำจนครบ ผู้เล่นก็จะได้ Primogem ค่าเงินสูงสุดภายนเกม Genshin Impact ไปแบบฟรี ๆ วันละ 60 หน่วยเลยทีเดียว ซึ่งยิ่งตัวเกมดึงผู้เล่นให้อยู่ในเกมได้นานเท่าไร โอกาสที่ผู้เล่นจะหลวมตัวมาเสียเงินให้กับเกมก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น


รายได้ช่องทางที่สองจากโฆษณา

In-Game Advertising: 8 Ad Formats to Monetize Mobile Games :

ภาพจาก Admixer


นอกจากการขายไอเทมในเกมแบบปกติแล้ว บางเกมที่ทีมงานอาจจะมีจำนวนไม่เยอะมาก หรือเป็นเกมอินดี้เล็ก ๆ พวกเขาก็อาจจะหารายได้เสริมจากการรับโฆษณาอีกด้วย


โมเดลการรับโฆษณาแบบนี้ ก็ทำกันมาค่อนข้างช้านานกันในแพตฟอร์มโทรศัพท์มือถือ จนบางทีมันก็กลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วเหมือนกัน ซึ่งการที่ผู้เล่นได้ของไปใช้ฟรี ๆ ผู้พัฒนาได้เงินจากค่าโฆษณา และผู้ว่าจ้างก็ได้รับการการันตีว่าจะมีคนดูโฆษณานั้น จัดเป็นสถานการณ์ในฝันที่มีแต่ได้กันทุกฝ่ายทั้งนั้นเลย


ดังนั้น หากในอนาคตเราจะได้เห็นเกมต่าง ๆ มีระบบการเลือกรับชมโฆษณาใส่เข้ามาภายในเกม เพื่อลดราคาขายให้ถูกลงล่ะก็ มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไรนัก


การจ่ายเงินที่ทำได้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส


อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นแพลตฟอร์มเล่นเกมที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็คึอตัวอรรถประโยชน์ของมันนั่นเอง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นโทรศัพท์ในยุคนี้แล้ว แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแค่ทำหน้าที่เพียงแค่โทรเข้า-โทรออกเพียงอย่างเดียว แต่มันทำได้สารพัดอย่าง ทั้งเล่นโซเชียลมีเดีย ถ่ายรูป เล่นเกม ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งตรงจุดนี้นี่เอง ที่ทำให้เกมมือถือมันสามารถดึงดูดเงินของกระเป๋าตังค์คุณได้ง่ายดายยิ่งนัก เพราะยิ่งคนเราสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกมากขึ้นเท่าไร เงินก็จะยิ่งไหลออกไวเท่านั้น


ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ ถ้าหากคุณต้องการจะซื้อหรือเติมเงินในเกมบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น PlayStation, Switch หรือ PC สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการยืนยันตัวตนผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ทั้งพาไปหน้าเว็บนอก ยืนยันว่าไม่ใช่บอต กรอกรหัสผ่าน เผลอ ๆ คุณอาจจะต้องกรอกรหัสของบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเสียด้วยซ้ำ



ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มันยุ่งยากมาก แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเอาไว้อยู่แล้ว แค่กรอกรหัสผ่านของแอปสัก 6 หลัก หรือถ้ายง่ายกว่านั้นก็คือการสแกนนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า

เพียงเท่านี้ เงินของคุณก็พร้อมจะไหลออกไปสู่โลกกว้างแล้ว  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกมโทรศัพท์สามารถสร้างรายได้อันมหาศาลให้กับทีมพัฒนาได้นั่นเอง


ตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาล พร้อมรองรับเกมจำนวนมาก


ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์ แต่ทุกคนต้องมืโทรศัพท์มือถือ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนั้น มือถือแทบจะกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ดังนั้นตลาดของเกมโทรศัพท์จึงเติบโตได้รวดเร็วมาก เพราะจำนวนพื้นฐานของคนที่มีโทรศัพท์มือถือมันมีสูงและกำลังเติบโตอยู่ทุกปีนั่นเอง


โดยในปี 2022 ได้มีการประมาณคร่าว ๆ ว่า มีคนที่เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือมากถึง 2.7 พันล้านคนทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นเกือบ 35% ของจำนวนประชาโลกที่มีทั้งหมด 7.753 พันล้านคนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ตลาดของเกมมือถือมันยิ่งใหญ่มากแค่ไหนนะครับ


อ้างอิง: circuitstream



ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ข่าวลือ !! Call of Duty: Advanced Warfare 2 กำลังอยู่ในการพัฒนา แต่อาจจะต้องรอไปถึงปี 2025
BASUP!
ทีมพัฒนาภาคต่อของเกม Cyberpunk 2077 จะถูกย้ายไปยังสตูดิโอใหม่ที่ Boston
BASUP!
Nintendo ทำการปฏิเสธเกมวาบหวิวที่ไม่มีการเซ็นเซอร์หน้าอก
BASUP!
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[บทความ] ทำไมเกมมือถือถึงเป็นบ่อเงินบ่อทองของผู้พัฒนาเกม?
22/07/2022

สิ่งที่เรียกว่าสมา์รตโฟนหรือโทรศัพท์มือถือนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตสำหรับมนุษย์ส่วนใหญ่ทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะนอกจากมันจะสามารถใช้ติดต่อสื่อสารตามชื่อเรียกของมันแล้ว ความสมาร์ตของมันยังทำให้โทรศัพท์มือถือไม่ได้มีไว้ใช้แค่โทรเข้าและโทรออกอีกต่อไป


มันสามารถเป็นได้ทั้งกล้องถ่ายรูป ไฟฉาย วิทยุ โทรทัศน์ เราต์เตอร์อินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มสำหรับเล่นวิดีโอเกม ซึ่งหากใครได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวงการเกมมาบ้าง เชื่อว่าคุณก็น่าจะเคยได้ยินข่าวถึงเกมบนมือถือที่กอบโกยรายได้ไปมหาศาล แม้ตัวเกมอาจจะไม่ได้ดูดีระดับเกม AAA ที่คุณเคยเล่นมาก็ตาม


และถ้าหากลองสังเกตให้ดี เราก็จะเห็นว่า บรรดาบริษัทผู้พัฒนาเกมต่าง ๆ ในยุคนี้ ล้วนหาช่องทางนำเกมของตัวเองมาดัดแปลงลงสู่แพลตฟอร์มของโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น ส่วนสาเหตุเบื้องหลังของการทำเกมต่าง ๆ ลงมือถือนั้น เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง


ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยกว่า


ตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเป็นแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างเต็มไปด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง ทั้งปัญหาการระบายความร้อน ปริมาณความจุของตัวเครื่อง ปริมาณความจุของแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของชิปเซ็ต ความละเอียดของหน้าจอ และอื่น ๆ อีกมากมาย และด้วยตัวแพลตฟอร์มที่ถูกตีกรอบเอาไว้แบบนี้ มันจึงได้ถูกส่งต่อมายังวิดีโอเกมที่ถูกพัฒนาลงโทรศัพท์มือถืออีกด้วย

Evolution of Smartphones in 10 Years! - YouTube

ภาพจาก Utsav Techie


ทว่าเมื่อลองมองอีกมุมหนึ่ง การที่แพลตฟอร์มถูกตีกรอบเอาไว้ตั้งแต่ต้น มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เพราะมันสามารถทำให้คุณภาพ และประสิทธิภาพของเกมลดทอนลงได้ โดยที่ไม่มีคนบ่นหรือด่ากราดมากเท่ากับแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง เราน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ก็มันเป็นเกมมือถือ จะให้มันมีแบบโน้น แบบนี้ เหมือนเกมบน PC หรือคอนโซลได้ยังไง” กันมาบ้างแหละ


ซึ่งเมื่อตัวเกมมันถูกลดทอนประสิทธิภาพหลาย ๆ อย่างลง แถมไฟล์เกมก็ต้องถูกบีบอัดให้เล็กมากที่สุด เพื่อรองรับกับความจุของโทรศัพท์ที่ไม่สามารถเพิ่มเข้าไปได้ทีหลัง (โทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ มักจะใส่ SD Card เพิ่มความจุไม่ได้แล้ว)

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้ มันจึงทำให้เกมมือถือถูกพัฒนาและจัดจำหน่ายออกมาได้ค่อนข้างรวดเร็วกว่าเกมบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั่นเอง


ใช้ทีมพัฒนาเพียงหยิบมือ


สืบเนื่องมาจากที่ตัวเกมมีขนาดเล็กลง ต้องการความใส่ใจในรายละเอียดที่น้อยลง นั่นจึงทำให้ทีมพัฒนาเกมในมือถือนั้น มีจำนวนคนต่อทีมที่น้อยลงเช่นกัน มันอาจจะฟังดูย้อนแย้งไปบ้าง ในการให้คนจำนวนเพียงน้อยนิดมาพัฒนาเกมที่อาจจะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทในภายหลัง แต่ถ้าหากเราลองมองในแง่ของการจัดสรรคนให้เข้ากับปริมาณงานนั้น เราก็จะมองว่ามันดูสมเหตุสมผลได้ไม่ยากเลย


โดยถ้าให้เทียบง่าย ๆ การทำเกมมือถือสักหนึ่งเกมที่เน้นไปที่การขายตัวละครหรือมีระบบกาชาปอง กับเกมระดับ AAA สักหนึ่งเกมที่มีเนื้อเรื่องยอดเยี่ยม งานภาพสุดสวยงาม และระบบเกมเพลย์ที่โคตรสนุก วนกลับมาเล่นใหม่ได้ไม่รู้เบื่อ แค่ฟังจากตรงนี้ก็น่าจะรู้แล้วนะ ว่าเกมไหนที่ควรจะต้องการทีมพัฒนามากกว่า

Zeenoh Games: what's it like to be a small indie game developer in the  Philippines

ภาพจาก Tech in Asia


ทั้งสองเกมมีวิธีในการดึงดูดเงินจากกระเป๋าตังค์ของคุณไม่เหมือนกัน เกมแรกอาจจะดึงดูดเงินคุณด้วยการออกตัวละครสวย ๆ เท่ ๆ มาให้คุณอยากครอบครอง ส่วนอีกเกมนั้นอาจจะดึงดูดเงินคุณด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทีมพัฒนากว่า 100 ชีวิตร่วมกันตั้งใจทำ


และถึงต่อให้ขั้นตอนในการดึงดูดเงินจะแตกต่างกันก็จริง แต่สุดท้าย ถ้าผลลัพธ์ปลายทางคือการทำเงินได้ในจำนวนที่พอ ๆ กัน ยังไง้ยังไง เป็นใครก็คงต้องเลือกใช้หนทางที่มันเปลืองทรัพยากรน้อยกว่า อย่างการทำเกมมือถือนั่นแหละ


กับดักของเกมฟรี


ต้องยอมรับว่าค่านิยมของชาวเกมต่อเกมมือถือนั้น ค่อนข้างมีความพิลึกพิลั่นเป็นอย่างมาก เราจะได้เห็นจากบรรดาวิดีโอเกมทั้งหลายที่แต่ก่อนเคยเป็นเกมแบบต้องเสียเงินซื้อ แต่เมื่อพอร์ตมาลงให้กับโทรศัพท์มือถือ ทางผู้พัฒนาดันเลือกให้มันกลับกลายเป็นเกมฟรีซะอย่างนั้น ที่เห็นได้ชัดก็เป็นเกมอย่าง PUBG, Dead by Daylight และ Among Us


แน่นอนว่าที่ทางผู้พัฒนาเลือกที่จะแปลงเกมของพวกเขาให้เป็นเกมฟรี มันก็มีเหตุผลอยู่เช่นกัน โดยจุดประสงค์แรกเริ่มก็คือการเปิดให้เล่นฟรี เพื่อชักชวนคนให้เข้ามาสัมผัสกับเกมของพวกเขาให้ได้มากที่สุด จากนั้นเมื่อมีคนจำนวนมากพอแล้ว พวกเขาก็จะเริ่มใส่โปรโมชัน และของล่อตาล่อใจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สกินสุดสวยที่ต้องมีไว้ในครอบครอง แบตเทิลพาสสุดคุ้ม จ่ายเงินหลักร้อยได้ไอเทมหลักพัน หรือแม้กระทั่งโปรโมชันเติมเงินครั้งแรก ได้ค่าเงินในเกมคูณสอง

ซึ่งต่อให้คุณเป็นคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไรในเกมเป็นพิเศษ แต่ถ้าโดนเทคนิคการตลาดล่อกันขนาดนี้ มันก็ต้องมีหวั่นไหว จนเงินในบัญชีสั่นกันบ้างแหละ



และถ้าคุณยังสามารถใจแข็งพอ เกมบางเกมก็ได้ทวีความร้ายกาจมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใส่ภารกิจประจำวัน ดึงให้คนเล่นต้องมาติดหนึบกับตัวเกมอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยหากจะให้ยกตัวอย่างง่าย ๆ ที่เห็นภาพได้ชัดเจนก็คงเป็น Genshin Impact กับระบบ Daily Quest 


ภารกิจประจำวันพวกนี้ จะถูกสุ่มมาทุกวัน วันละ 4 ภารกิจ ถ้าหากผู้เล่นทำจนครบ ผู้เล่นก็จะได้ Primogem ค่าเงินสูงสุดภายนเกม Genshin Impact ไปแบบฟรี ๆ วันละ 60 หน่วยเลยทีเดียว ซึ่งยิ่งตัวเกมดึงผู้เล่นให้อยู่ในเกมได้นานเท่าไร โอกาสที่ผู้เล่นจะหลวมตัวมาเสียเงินให้กับเกมก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น


รายได้ช่องทางที่สองจากโฆษณา

In-Game Advertising: 8 Ad Formats to Monetize Mobile Games :

ภาพจาก Admixer


นอกจากการขายไอเทมในเกมแบบปกติแล้ว บางเกมที่ทีมงานอาจจะมีจำนวนไม่เยอะมาก หรือเป็นเกมอินดี้เล็ก ๆ พวกเขาก็อาจจะหารายได้เสริมจากการรับโฆษณาอีกด้วย


โมเดลการรับโฆษณาแบบนี้ ก็ทำกันมาค่อนข้างช้านานกันในแพตฟอร์มโทรศัพท์มือถือ จนบางทีมันก็กลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วเหมือนกัน ซึ่งการที่ผู้เล่นได้ของไปใช้ฟรี ๆ ผู้พัฒนาได้เงินจากค่าโฆษณา และผู้ว่าจ้างก็ได้รับการการันตีว่าจะมีคนดูโฆษณานั้น จัดเป็นสถานการณ์ในฝันที่มีแต่ได้กันทุกฝ่ายทั้งนั้นเลย


ดังนั้น หากในอนาคตเราจะได้เห็นเกมต่าง ๆ มีระบบการเลือกรับชมโฆษณาใส่เข้ามาภายในเกม เพื่อลดราคาขายให้ถูกลงล่ะก็ มันก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไรนัก


การจ่ายเงินที่ทำได้ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส


อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โทรศัพท์มือถือเป็นแพลตฟอร์มเล่นเกมที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็คึอตัวอรรถประโยชน์ของมันนั่นเอง เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นโทรศัพท์ในยุคนี้แล้ว แน่นอนว่ามันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแค่ทำหน้าที่เพียงแค่โทรเข้า-โทรออกเพียงอย่างเดียว แต่มันทำได้สารพัดอย่าง ทั้งเล่นโซเชียลมีเดีย ถ่ายรูป เล่นเกม ไปจนถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านแอปของธนาคารต่าง ๆ ซึ่งตรงจุดนี้นี่เอง ที่ทำให้เกมมือถือมันสามารถดึงดูดเงินของกระเป๋าตังค์คุณได้ง่ายดายยิ่งนัก เพราะยิ่งคนเราสามารถทำธุรกรรมได้สะดวกมากขึ้นเท่าไร เงินก็จะยิ่งไหลออกไวเท่านั้น


ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ ถ้าหากคุณต้องการจะซื้อหรือเติมเงินในเกมบนแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น PlayStation, Switch หรือ PC สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการยืนยันตัวตนผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ทั้งพาไปหน้าเว็บนอก ยืนยันว่าไม่ใช่บอต กรอกรหัสผ่าน เผลอ ๆ คุณอาจจะต้องกรอกรหัสของบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเสียด้วยซ้ำ



ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มันยุ่งยากมาก แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารของคุณเอาไว้อยู่แล้ว แค่กรอกรหัสผ่านของแอปสัก 6 หลัก หรือถ้ายง่ายกว่านั้นก็คือการสแกนนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า

เพียงเท่านี้ เงินของคุณก็พร้อมจะไหลออกไปสู่โลกกว้างแล้ว  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกมโทรศัพท์สามารถสร้างรายได้อันมหาศาลให้กับทีมพัฒนาได้นั่นเอง


ตลาดที่กว้างใหญ่ไพศาล พร้อมรองรับเกมจำนวนมาก


ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์ แต่ทุกคนต้องมืโทรศัพท์มือถือ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนั้น มือถือแทบจะกลายเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ดังนั้นตลาดของเกมโทรศัพท์จึงเติบโตได้รวดเร็วมาก เพราะจำนวนพื้นฐานของคนที่มีโทรศัพท์มือถือมันมีสูงและกำลังเติบโตอยู่ทุกปีนั่นเอง


โดยในปี 2022 ได้มีการประมาณคร่าว ๆ ว่า มีคนที่เล่นเกมในโทรศัพท์มือถือมากถึง 2.7 พันล้านคนทั่วโลก ซึ่งคิดเป็นเกือบ 35% ของจำนวนประชาโลกที่มีทั้งหมด 7.753 พันล้านคนเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่า ตลาดของเกมมือถือมันยิ่งใหญ่มากแค่ไหนนะครับ


อ้างอิง: circuitstream



บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ข่าวลือ !! Call of Duty: Advanced Warfare 2 กำลังอยู่ในการพัฒนา แต่อาจจะต้องรอไปถึงปี 2025
BASUP!
ทีมพัฒนาภาคต่อของเกม Cyberpunk 2077 จะถูกย้ายไปยังสตูดิโอใหม่ที่ Boston
BASUP!
Nintendo ทำการปฏิเสธเกมวาบหวิวที่ไม่มีการเซ็นเซอร์หน้าอก
BASUP!
Sonic Frontiers เผยสเปกที่ใช้เล่นบนเครื่อง PC แล้ว
BASUP!
วิธีเข้าเล่น DEATHVERSE เกมฟรี Battle Royale ฉบับเกมโชว์สุดเพี้ยน เปิดให้เล่นฟรีบน PC แล้ว!
ihu25
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
Show header