GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ข่าวเกมมือถือ
Lineage W: การพัฒนาเกมและเรื่องราวเบื้องต้นในโลกของ "Lineage สำหรับทุกคน"
ลงวันที่ 18/10/2021

Lineage ถือว่าเป็น IP อยู่กับเรามายาวนาน นับรวมเวลาประมาณ 24 ปี ตั้งแต่ Lineage ภาคต้นฉบับ จนถึงภาคล่าสุดที่ใกล้จะปล่อยให้เล่นทั่วโลกพร้อมกันอย่าง “Lineage W” โดยถือเป็นภาคที่มีทั้งความทะเยอทะยานสุดขีด กับแนวคิด “Lineage สำหรับทุกคน”

ขึ้นชื่อว่าเป็น Lineage ที่เป็นเกมระดับต้น ๆ ในแนวเกมนี้ แต่ละภาคที่ออกมามักสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกม MMORPG มันมาพร้อมกับความคาดหวังจากทั้งผู้เล่นขาประจำรวมไปถึงขาจรที่เริ่มรู้สึกสนใจใน IP นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้แต่ผู้พัฒนา NCSOFT ยังกล่าวว่า Lineage ไม่ใช่เป็นเพียงเกมอีกต่อไป Lineage คือชื่อที่ทุกคนรู้จักซึ่งนำเสนอถึงประวัติศาสตร์เกม MMORPG ของประเทศเกาหลี

NCSOFT ใช้เวลาพัฒนา Lineage W เป็นเวลาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ NCSOFT เสร็จสิ้นภารกิจการเตรียมปล่อยเกม Lineage M ในปี 2017 ซึ่ง NCSOFT ก็พัฒนา Lineage W ไปพร้อม ๆ กับ Lineage 2M และก็วางแผนว่าจะปล่อยเกมในช่วงปลายปี 2021 อยู่แล้ว อีกกระทั่งเป็นโครงการสร้างเกมที่ใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก


คงไว้และเติมเต็มความเป็น Lineage

“การพุ่งรบ, พันธะ, สละชีพ และเกียรติยศ”  สิ่งดังกล่าวคือหัวใจหลักของความเป็น Lineage ไม่ว่าจะผ่านไปอีกภาค NCSOFT ยังคงพยายามรักษาไว้ยิ่งชีพ และทำการเติมเต็มความเป็น Lineage ให้สมบูรณ์กว่าที่เคยเป็น พวกเขาใช้องค์ความรู้ชำนาญที่มีจากการพัฒนา Lineage ทุกภาค นำมาพัฒนา Lineage W

พวกเขาต้องเจอความท้าทายหลายสิ่งในการสร้างเกมภาคนี้ หากจะต้องทั้งดำรงและเติมเต็มความเป็น Lineage ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น

การเปลี่ยนภาพให้เป็น 3 มิติเต็มสูบ

พวกเขาต้องตัดสินใจแก้ไขภาพเกมให้เป็น 3 มิติเต็มรูปแบบแต่ต้องพยายามรักษาถึงเอกลักษณ์และการตอบสนองต่อผู้เล่นให้ยังรู้สึกว่านี้คือ Lineage ที่เรารู้จัก ซึ่งเหตุผลในการแก้ไขภาพให้เป็น 3 มิติก็เพื่อการแสดงออกของตัวละครในเกมที่ดียิ่งขึ้นกว่าแบบ 2 มิติ

ยกตัวอย่างเช่นการสร้างระบบเอฟเฟคการโจมตีให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดในรูปแบบเกม 3 มิติ NCSOFT ต้องแยกทีมพิเศษเพื่อทำระบบดังกล่าวโดยเฉพาะ พวกเขาสร้าง, ทำลาย และสร้างใหม่วนไปเป็นร้อย ๆ รอบจนกว่าจะได้ระบบเอฟเฟคการโจมตีที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็น Lineage ต้นฉบับ

Dark Fantasy เต็มรูปแบบ

เพียงแค่ปรับภาพเป็น 3 มิติ ยังไม่เพียงพอ พวกเขาได้ปรับงานศิลป์ของเกมให้มีความมืดมนมากกว่าเดิม จากการที่ NCSOFT พิเคราะห์ว่าเกมภาคก่อน ๆ มีความใกล้เคียงกับความ dark fantasy ซึ่งการใช้ธีมดังกล่าวจะไม่สมบูรณ์ หากไม่ได้มีการเล่าเรื่องที่เสริมสร้างบรรยากาศความเข้มหม่นไปด้วยกัน

Lineage W จะเน้นการเล่าเรื่องราวตัวละครและโลกของเกมกว่าที่เคย ผู้เล่นจะมีอารมณ์ร่วม และพร้อม “ดำดิ่ง” ไปกับเกมนี้โดยไม่ยากเย็นนัก ตัวเกมจะมีระบบเนื้อเรื่องของแต่ละอาชีพ ไม่ว่าผู้เล่นจะเล่นอาชีพใดก็ตาม ผู้เล่นจะได้สัมผัสเรื่องราวที่มีความเฉพาะตัวอย่างยิ่งยวด รวมไปถึงเรื่องราวภายในโลกที่ถูกซ่อนอยู่ในระบบของเกมให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อธิบายสิ่งที่ผู้เล่น Lineage ค้างคาใจมาเป็นเวลา 24 ปี ยกตัวอย่างเช่น การที่ผู้เล่นทำการ enchant จะได้เห็นกันแบบตรง ๆ สักทีว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งปัจจุบันเนื้อหาของเกมได้มีการเปิดเผยส่วนหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องราวของแต่ละอาชีพและภูมิภาคเริ่มต้น

“แม้ว่าจักถูกชะตาขีดเขียนไว้ ให้พานพบกับการทดสอบไร้จุดจบ เหล่าผู้กล้าของ Aden ยังคงเฉิดฉายจากการกำชัยเหนือการต่อสู้อันงดงาม” ในช่วงแรกเกมมี 4 อาชีพหลัก คือ อัศวิน, ประมุข, จอมเวท และ เอลฟ์ ตอนนี้ NCSOFT ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะเพิ่มอาชีพอื่นนอกจากว่าพวกเขาต้องการเปลี่ยนรูปแบบในการต่อสู้ ทาง NCSOFT คิดว่าอาชีพดาร์คเอลฟ์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหากต้องมีการเพิ่มอาชีพใหม่ โดยเรื่องราวแต่ละอาชีพมีดังต่อไปนี้

อัศวิน

ผู้ที่ร่อนเร่ไปทั่วทุกทิศเพื่อสงวนไว้ซึ่งศรัทธา ค้นหาเพื่อปฏิญาณต่อ Blood Oath แด่นายตลอดกาลเพียงหนึ่งเดียว กับเขาแล้วไซร้ ความตายหาใช่เรื่องสลักสําคัญ ตราบเท่าที่คำปฏิญาณยังถูกรักษาไว้แล้ว หากเป็นทั้งผู้คุ้มครองและตุลาการ อัศวินจักสู้มิรู้จักกลัว

     ความสามารถ 

  • Shock Stun: สร้างความมึนงงต่อเป้าหมายด้วยดาบสองมือ
  • Counter Barrier: โยกหลบการโจมตีระยะประชิดและสวนกลับด้วยดาบสองมือ
  • Reduction Armor: ดูดซับความเสียหายด้วยพลังใจ

     

ประมุข

ประมุขแห่งราชวงศ์ คงถูกชะตาขีดเขียนไว้ ให้พานพบกับการทดสอบไร้จุดจบ ผู้เฉิดฉายจากชัยชนะอันทรงเกียรติ หรือ เป็นผู้ที่เลือนหายไปในหน้าประวัติศาสตร์ท่ามกลางความพ่ายแพ้อันน่าอดสู ท่านประมุขเดินทอดกายผ่านเส้นทางของโลหิต เพื่อผนึกชะตาอันมิอาจชี้ขาด

     ความสามารถ 

  • True Target: กำหนดเป้าหมาย มีเพียงคนใน Blood Pledge เท่านั้นที่มองเห็นการตีตรา
  • Brave Mind: สร้างโอกาสโจมตีด้วยความรุนแรงกว่า ในระยะเวลาจำกัด
  • Excalibur: โจมตีลงภาคพื้นด้วยการอัญเชิญดาบ Excalibur ซึ่งสร้างความเสียหายเวทแก่เป้าหมาย อีกกระทั่งโอกาสในการสร้างความมึนงง


จอมเวท

เด็กน้อยที่เกิดมาจากความตายดับ ตะกายสู้กับชะตาอันเกรี้ยวกราด ชี้ขาดให้เธอกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ของเทวีแห่งความโฉดชั่ว ดิ้นรนกับเสียงเพรียกเรียกอบายอันนำพาไปสู่ความเสื่อมทราม เดินทางสู่โลกอันตราย เพียงหวังว่าจักจุดแสงสว่างให้การทดสอบของเธอ

     ความสามารถ 

  • Heal: รักษาเป้าหมายและสร้างความเสียหายแก่ศัตรู
  • Disintegrate: เรียกหอกยักษ์แทงทะลุเป้าหมาย สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
  • Immune to Harm: สร้างเกราะเวทเพื่อลดความเสียหายที่ได้รับ


เอลฟ์

ผู้เหยียบย่างผ่านเส้นทางแห่งการไถ่บาปตราบชั่วนิรันดร คืนวันเลยลับ ทุกสิ่งกลับจางหาย แต่พวกที่ผลิดอกออกผลจากต้นไม้แห่งนิรันดรจักแบ่งบานมิรู้เฉา เลือดของเหล่าบรรพชนที่แปดเปื้อนมือเธอมิอาจถูกชะล้าง หากจากนี้ไป ชีวิตแห่งการไถ่บาปรอเจ้าอยู่

     ความสามารถ 

  • Spirit-Triple Arrow: ยิงธนูสามดอกอย่างไวว่อง ต้องใช้อาวุธระยะไกล
  • Blood to Soul: เปลี่ยนเลือดให้กลายเป็น MP
  • Area of Silence: สร้างสุญญากาศรอบตัวผู้ร่าย ปิดการใช้งานเวท


ส่วนในแต่ละภูมิภาคนั้นก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวด ปัจจุบัน NCSOFT เปิดเผยเรื่องราวในเกมถึง 4 ภูมิภาคด้วยกัน ได้แก่

เกาะพูดได้

บรรดาจอมเวทของ Ivory Tower ล้วนมาที่เกาะนี้ ซึ่งเป็นที่ ๆ ปล่อยมวลพลัง mana อย่างผิดปกติ กล่าวกันว่าจอมเวทที่ฝึกฝนในเกาะดังกล่าวมักได้ยินเสียงกระซิบที่อยู่เหนือความเข้าใจ และพวกที่ประสบกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดจะกลายเป็นจอมเวททรงพลัง เหตุจากข่าวลือของเกาะและตัวจอมเวทเองได้แพร่หลาย ผู้คนมากมายจึงเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเป็น “เกาะพูดได้”

 

Gludio

Gludio เคยเป็นดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ดินแดนที่ทุกคนล้วนอยู่อย่างสงบสุข กินอิ่มนอนหลับ เมื่อ 150 ปีก่อน ตระกูล Gudio อันทรงอำนาจ อย่าง Gregheim ได้ทำการปฏิวัติต่อราชาจอมปลอมนาม Ken Rauhel ร่องรอยของความบรรลัยจากสงครามกลายเป็นเศษซากแห่งความสลด บัดนี้ เรารู้จักกันในนามว่า "ซากแห่งความตาย"

แม้ว่า Gludio ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอแล้ว มันยังเป็นสัญญาณแห่งความหวัง สำหรับผู้ที่มองประวัติศาสตร์นองเลือดดุจดังสิ่งเตือนใจ ว่าพวกเขามาไกลแค่ไหนจนกว่าจะถึงจุด ๆ นี้

 

ป่าเอลฟ์

“ต้นไม้แห่งบรรพกาล” ได้แผ่รากฝั่งลึกยังโลกมาตั้งแต่กาลก่อน ซึ่งมี “ต้นไม้แห่งการฟื้นฟู” ได้สร้างเอลฟ์และมอบป่าให้สำหรับพวกเอลฟ์เพื่อใช้เอาตัวรอด ม่านกำบังของเธอได้ปกป้องเหล่าเอลฟ์จากอันตรายตั้งแต่อดีต และป่าดังกล่าวยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของเอลฟ์สืบไป

Windawood

Windawood เป็นดินแดนรกร้าง ขาดแคลนซึ่งผลผลิตใด ๆ ผู้คนไร้ทางเลือกนอกจากอดอยากจนตัวตาย ขณะที่ต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ ไม่ก็ต้องอยู่อย่างสัตว์ร้ายเดรัจฉาน พวกอสุรกายได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ และมักเข้าโจมตีอย่างไม่หยุดย่อน

อสุรกายโคตรอันตรายยังคงหลับใหลอยู่ในหุบเขามังกร มันมีนามว่า “Antharas” มังกรพิภพ คนในตระกูล Druga แห่ง Aden ตระกูลนักล่ามังกร ได้ส่งทหารเพื่อจับตามองการเคลื่อนไหวของ Antharas มาเป็นพักใหญ่ ๆ


W ย่อมาจาก World

เป็นหนึ่งในสิ่งชูโรงของภาคนี้ สำหรับการต่อสู้ในระดับโลก โดยการนำสมาชิกของแต่ละ Blood Pledge มาต่อสู้กันจริง ๆ แบบ real time ซึ่ง NCSOFT จะแบ่งประเทศเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ อิงตามปัจจัยทางเวลา โดยจะเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มแรกก่อน จากนั้นจะขยายบริการสำหรับกลุ่มสอง ส่วนกลุ่มสามจะตามมาในภายหลัง


  • กลุ่มแรกคือ เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง
  • กลุ่มสองคือ อเมริกาเหนือ, ยุโรป และอเมริกาใต้ 

โดยทุกกลุ่มจะใช้ตัวเกมเดียวกัน เซิร์ฟเวอร์ทั้ง 12 เซิร์ฟเวอร์ต่างอยู่ในโลกเดียวกัน ไม่มีชื่อตัวละครที่ซ้ำกัน ทาง NCSOFT ยกตัวอย่างว่าหามีตัวละครชื่อ “Light” อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ Deforge 01 จะไม่มีใครใช้ชื่อนี้ได้อีกในเซิร์ฟเวอร์ Deforge 02 ถึง 12 

NCSOFT อธิบายเพิ่มเติมในระบบ World ว่าผู้เล่นอาจเล่นเกมกับผู้เล่นจากประเทศอื่นในเซิร์ฟเวอร์เดียวกันตั้งแต่เริ่มต้น ผู้เล่นอาจสร้าง Blood Pledge กับผู้เล่นจากประเทศเดียวกันหรือเลือกที่จะสร้าง Blood Pledge กับผู้เล่นจากประเทศอื่น รวมถึงการรวมรบกับ Blood Pledge ของผู้เล่นจากประเทศอื่น ๆ


การทำลายกำแพงดังกล่าวยังรวมไปถึงกำแพงภาษาที่เกมมีระบบ AI ในการแปลภาษาให้ผู้เล่น ระบบการแปลภาษามีความฉลาดถึงขั้นแปลสำนวนเฉพาะกลุ่มผู้เล่นได้ ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นชาวเกาหลีใช้สำนวนว่า “Ber”, “Tai~”, และ “Myoon Myoon Myoon!” แปลเป็น “teleport” หรือ “immune to harm”

ฉะนั้น Lineage W มิใช่เพียงทำการ “การย่อส่วนของสังคม” แบบภาคอื่น แต่ถึงขั้น “การย่อส่วนของทั้งโลก” เลยทีเดียว ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็ยังคงไว้ซึ่งปรัชญาต้นฉบับของ Lineage อย่างซื่อตรง     

โดยปัจจุบัน NCSOFT  ได้ประกาศวันให้บริการเกมอย่างเป็นทางการคือวันที่ 4 พฤศจิกายน 2021 สามารถลงทะเบียนได้ที่สโตร์ทั้งสองระบบเพื่อรับของตอบแทน อีกกระทั่งสามารถทำการจองชื่อได้ทันที ที่ https://lineagew.plaync.com/character 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ข่าวลือ !! Call of Duty: Advanced Warfare 2 กำลังอยู่ในการพัฒนา แต่อาจจะต้องรอไปถึงปี 2025
BASUP!
ทีมพัฒนาภาคต่อของเกม Cyberpunk 2077 จะถูกย้ายไปยังสตูดิโอใหม่ที่ Boston
BASUP!
Nintendo ทำการปฏิเสธเกมวาบหวิวที่ไม่มีการเซ็นเซอร์หน้าอก
BASUP!
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Lineage W: การพัฒนาเกมและเรื่องราวเบื้องต้นในโลกของ "Lineage สำหรับทุกคน"
18/10/2021

Lineage ถือว่าเป็น IP อยู่กับเรามายาวนาน นับรวมเวลาประมาณ 24 ปี ตั้งแต่ Lineage ภาคต้นฉบับ จนถึงภาคล่าสุดที่ใกล้จะปล่อยให้เล่นทั่วโลกพร้อมกันอย่าง “Lineage W” โดยถือเป็นภาคที่มีทั้งความทะเยอทะยานสุดขีด กับแนวคิด “Lineage สำหรับทุกคน”

ขึ้นชื่อว่าเป็น Lineage ที่เป็นเกมระดับต้น ๆ ในแนวเกมนี้ แต่ละภาคที่ออกมามักสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกม MMORPG มันมาพร้อมกับความคาดหวังจากทั้งผู้เล่นขาประจำรวมไปถึงขาจรที่เริ่มรู้สึกสนใจใน IP นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้ แม้แต่ผู้พัฒนา NCSOFT ยังกล่าวว่า Lineage ไม่ใช่เป็นเพียงเกมอีกต่อไป Lineage คือชื่อที่ทุกคนรู้จักซึ่งนำเสนอถึงประวัติศาสตร์เกม MMORPG ของประเทศเกาหลี

NCSOFT ใช้เวลาพัฒนา Lineage W เป็นเวลาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ NCSOFT เสร็จสิ้นภารกิจการเตรียมปล่อยเกม Lineage M ในปี 2017 ซึ่ง NCSOFT ก็พัฒนา Lineage W ไปพร้อม ๆ กับ Lineage 2M และก็วางแผนว่าจะปล่อยเกมในช่วงปลายปี 2021 อยู่แล้ว อีกกระทั่งเป็นโครงการสร้างเกมที่ใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก


คงไว้และเติมเต็มความเป็น Lineage

“การพุ่งรบ, พันธะ, สละชีพ และเกียรติยศ”  สิ่งดังกล่าวคือหัวใจหลักของความเป็น Lineage ไม่ว่าจะผ่านไปอีกภาค NCSOFT ยังคงพยายามรักษาไว้ยิ่งชีพ และทำการเติมเต็มความเป็น Lineage ให้สมบูรณ์กว่าที่เคยเป็น พวกเขาใช้องค์ความรู้ชำนาญที่มีจากการพัฒนา Lineage ทุกภาค นำมาพัฒนา Lineage W

พวกเขาต้องเจอความท้าทายหลายสิ่งในการสร้างเกมภาคนี้ หากจะต้องทั้งดำรงและเติมเต็มความเป็น Lineage ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น

การเปลี่ยนภาพให้เป็น 3 มิติเต็มสูบ

พวกเขาต้องตัดสินใจแก้ไขภาพเกมให้เป็น 3 มิติเต็มรูปแบบแต่ต้องพยายามรักษาถึงเอกลักษณ์และการตอบสนองต่อผู้เล่นให้ยังรู้สึกว่านี้คือ Lineage ที่เรารู้จัก ซึ่งเหตุผลในการแก้ไขภาพให้เป็น 3 มิติก็เพื่อการแสดงออกของตัวละครในเกมที่ดียิ่งขึ้นกว่าแบบ 2 มิติ

ยกตัวอย่างเช่นการสร้างระบบเอฟเฟคการโจมตีให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดในรูปแบบเกม 3 มิติ NCSOFT ต้องแยกทีมพิเศษเพื่อทำระบบดังกล่าวโดยเฉพาะ พวกเขาสร้าง, ทำลาย และสร้างใหม่วนไปเป็นร้อย ๆ รอบจนกว่าจะได้ระบบเอฟเฟคการโจมตีที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็น Lineage ต้นฉบับ

Dark Fantasy เต็มรูปแบบ

เพียงแค่ปรับภาพเป็น 3 มิติ ยังไม่เพียงพอ พวกเขาได้ปรับงานศิลป์ของเกมให้มีความมืดมนมากกว่าเดิม จากการที่ NCSOFT พิเคราะห์ว่าเกมภาคก่อน ๆ มีความใกล้เคียงกับความ dark fantasy ซึ่งการใช้ธีมดังกล่าวจะไม่สมบูรณ์ หากไม่ได้มีการเล่าเรื่องที่เสริมสร้างบรรยากาศความเข้มหม่นไปด้วยกัน

Lineage W จะเน้นการเล่าเรื่องราวตัวละครและโลกของเกมกว่าที่เคย ผู้เล่นจะมีอารมณ์ร่วม และพร้อม “ดำดิ่ง” ไปกับเกมนี้โดยไม่ยากเย็นนัก ตัวเกมจะมีระบบเนื้อเรื่องของแต่ละอาชีพ ไม่ว่าผู้เล่นจะเล่นอาชีพใดก็ตาม ผู้เล่นจะได้สัมผัสเรื่องราวที่มีความเฉพาะตัวอย่างยิ่งยวด รวมไปถึงเรื่องราวภายในโลกที่ถูกซ่อนอยู่ในระบบของเกมให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อธิบายสิ่งที่ผู้เล่น Lineage ค้างคาใจมาเป็นเวลา 24 ปี ยกตัวอย่างเช่น การที่ผู้เล่นทำการ enchant จะได้เห็นกันแบบตรง ๆ สักทีว่าเป็นอย่างไร

ซึ่งปัจจุบันเนื้อหาของเกมได้มีการเปิดเผยส่วนหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องราวของแต่ละอาชีพและภูมิภาคเริ่มต้น

“แม้ว่าจักถูกชะตาขีดเขียนไว้ ให้พานพบกับการทดสอบไร้จุดจบ เหล่าผู้กล้าของ Aden ยังคงเฉิดฉายจากการกำชัยเหนือการต่อสู้อันงดงาม” ในช่วงแรกเกมมี 4 อาชีพหลัก คือ อัศวิน, ประมุข, จอมเวท และ เอลฟ์ ตอนนี้ NCSOFT ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะเพิ่มอาชีพอื่นนอกจากว่าพวกเขาต้องการเปลี่ยนรูปแบบในการต่อสู้ ทาง NCSOFT คิดว่าอาชีพดาร์คเอลฟ์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดหากต้องมีการเพิ่มอาชีพใหม่ โดยเรื่องราวแต่ละอาชีพมีดังต่อไปนี้

อัศวิน

ผู้ที่ร่อนเร่ไปทั่วทุกทิศเพื่อสงวนไว้ซึ่งศรัทธา ค้นหาเพื่อปฏิญาณต่อ Blood Oath แด่นายตลอดกาลเพียงหนึ่งเดียว กับเขาแล้วไซร้ ความตายหาใช่เรื่องสลักสําคัญ ตราบเท่าที่คำปฏิญาณยังถูกรักษาไว้แล้ว หากเป็นทั้งผู้คุ้มครองและตุลาการ อัศวินจักสู้มิรู้จักกลัว

     ความสามารถ 

  • Shock Stun: สร้างความมึนงงต่อเป้าหมายด้วยดาบสองมือ
  • Counter Barrier: โยกหลบการโจมตีระยะประชิดและสวนกลับด้วยดาบสองมือ
  • Reduction Armor: ดูดซับความเสียหายด้วยพลังใจ

     

ประมุข

ประมุขแห่งราชวงศ์ คงถูกชะตาขีดเขียนไว้ ให้พานพบกับการทดสอบไร้จุดจบ ผู้เฉิดฉายจากชัยชนะอันทรงเกียรติ หรือ เป็นผู้ที่เลือนหายไปในหน้าประวัติศาสตร์ท่ามกลางความพ่ายแพ้อันน่าอดสู ท่านประมุขเดินทอดกายผ่านเส้นทางของโลหิต เพื่อผนึกชะตาอันมิอาจชี้ขาด

     ความสามารถ 

  • True Target: กำหนดเป้าหมาย มีเพียงคนใน Blood Pledge เท่านั้นที่มองเห็นการตีตรา
  • Brave Mind: สร้างโอกาสโจมตีด้วยความรุนแรงกว่า ในระยะเวลาจำกัด
  • Excalibur: โจมตีลงภาคพื้นด้วยการอัญเชิญดาบ Excalibur ซึ่งสร้างความเสียหายเวทแก่เป้าหมาย อีกกระทั่งโอกาสในการสร้างความมึนงง


จอมเวท

เด็กน้อยที่เกิดมาจากความตายดับ ตะกายสู้กับชะตาอันเกรี้ยวกราด ชี้ขาดให้เธอกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ของเทวีแห่งความโฉดชั่ว ดิ้นรนกับเสียงเพรียกเรียกอบายอันนำพาไปสู่ความเสื่อมทราม เดินทางสู่โลกอันตราย เพียงหวังว่าจักจุดแสงสว่างให้การทดสอบของเธอ

     ความสามารถ 

  • Heal: รักษาเป้าหมายและสร้างความเสียหายแก่ศัตรู
  • Disintegrate: เรียกหอกยักษ์แทงทะลุเป้าหมาย สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
  • Immune to Harm: สร้างเกราะเวทเพื่อลดความเสียหายที่ได้รับ


เอลฟ์

ผู้เหยียบย่างผ่านเส้นทางแห่งการไถ่บาปตราบชั่วนิรันดร คืนวันเลยลับ ทุกสิ่งกลับจางหาย แต่พวกที่ผลิดอกออกผลจากต้นไม้แห่งนิรันดรจักแบ่งบานมิรู้เฉา เลือดของเหล่าบรรพชนที่แปดเปื้อนมือเธอมิอาจถูกชะล้าง หากจากนี้ไป ชีวิตแห่งการไถ่บาปรอเจ้าอยู่

     ความสามารถ 

  • Spirit-Triple Arrow: ยิงธนูสามดอกอย่างไวว่อง ต้องใช้อาวุธระยะไกล
  • Blood to Soul: เปลี่ยนเลือดให้กลายเป็น MP
  • Area of Silence: สร้างสุญญากาศรอบตัวผู้ร่าย ปิดการใช้งานเวท


ส่วนในแต่ละภูมิภาคนั้นก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างยิ่งยวด ปัจจุบัน NCSOFT เปิดเผยเรื่องราวในเกมถึง 4 ภูมิภาคด้วยกัน ได้แก่

เกาะพูดได้

บรรดาจอมเวทของ Ivory Tower ล้วนมาที่เกาะนี้ ซึ่งเป็นที่ ๆ ปล่อยมวลพลัง mana อย่างผิดปกติ กล่าวกันว่าจอมเวทที่ฝึกฝนในเกาะดังกล่าวมักได้ยินเสียงกระซิบที่อยู่เหนือความเข้าใจ และพวกที่ประสบกับปรากฏการณ์แปลกประหลาดจะกลายเป็นจอมเวททรงพลัง เหตุจากข่าวลือของเกาะและตัวจอมเวทเองได้แพร่หลาย ผู้คนมากมายจึงเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเป็น “เกาะพูดได้”

 

Gludio

Gludio เคยเป็นดินแดนซึ่งเต็มไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ดินแดนที่ทุกคนล้วนอยู่อย่างสงบสุข กินอิ่มนอนหลับ เมื่อ 150 ปีก่อน ตระกูล Gudio อันทรงอำนาจ อย่าง Gregheim ได้ทำการปฏิวัติต่อราชาจอมปลอมนาม Ken Rauhel ร่องรอยของความบรรลัยจากสงครามกลายเป็นเศษซากแห่งความสลด บัดนี้ เรารู้จักกันในนามว่า "ซากแห่งความตาย"

แม้ว่า Gludio ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอแล้ว มันยังเป็นสัญญาณแห่งความหวัง สำหรับผู้ที่มองประวัติศาสตร์นองเลือดดุจดังสิ่งเตือนใจ ว่าพวกเขามาไกลแค่ไหนจนกว่าจะถึงจุด ๆ นี้

 

ป่าเอลฟ์

“ต้นไม้แห่งบรรพกาล” ได้แผ่รากฝั่งลึกยังโลกมาตั้งแต่กาลก่อน ซึ่งมี “ต้นไม้แห่งการฟื้นฟู” ได้สร้างเอลฟ์และมอบป่าให้สำหรับพวกเอลฟ์เพื่อใช้เอาตัวรอด ม่านกำบังของเธอได้ปกป้องเหล่าเอลฟ์จากอันตรายตั้งแต่อดีต และป่าดังกล่าวยังคงเป็นที่อยู่อาศัยของเอลฟ์สืบไป

Windawood

Windawood เป็นดินแดนรกร้าง ขาดแคลนซึ่งผลผลิตใด ๆ ผู้คนไร้ทางเลือกนอกจากอดอยากจนตัวตาย ขณะที่ต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ ไม่ก็ต้องอยู่อย่างสัตว์ร้ายเดรัจฉาน พวกอสุรกายได้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ และมักเข้าโจมตีอย่างไม่หยุดย่อน

อสุรกายโคตรอันตรายยังคงหลับใหลอยู่ในหุบเขามังกร มันมีนามว่า “Antharas” มังกรพิภพ คนในตระกูล Druga แห่ง Aden ตระกูลนักล่ามังกร ได้ส่งทหารเพื่อจับตามองการเคลื่อนไหวของ Antharas มาเป็นพักใหญ่ ๆ


W ย่อมาจาก World

เป็นหนึ่งในสิ่งชูโรงของภาคนี้ สำหรับการต่อสู้ในระดับโลก โดยการนำสมาชิกของแต่ละ Blood Pledge มาต่อสู้กันจริง ๆ แบบ real time ซึ่ง NCSOFT จะแบ่งประเทศเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ อิงตามปัจจัยทางเวลา โดยจะเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มแรกก่อน จากนั้นจะขยายบริการสำหรับกลุ่มสอง ส่วนกลุ่มสามจะตามมาในภายหลัง


  • กลุ่มแรกคือ เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง
  • กลุ่มสองคือ อเมริกาเหนือ, ยุโรป และอเมริกาใต้ 

โดยทุกกลุ่มจะใช้ตัวเกมเดียวกัน เซิร์ฟเวอร์ทั้ง 12 เซิร์ฟเวอร์ต่างอยู่ในโลกเดียวกัน ไม่มีชื่อตัวละครที่ซ้ำกัน ทาง NCSOFT ยกตัวอย่างว่าหามีตัวละครชื่อ “Light” อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ Deforge 01 จะไม่มีใครใช้ชื่อนี้ได้อีกในเซิร์ฟเวอร์ Deforge 02 ถึง 12 

NCSOFT อธิบายเพิ่มเติมในระบบ World ว่าผู้เล่นอาจเล่นเกมกับผู้เล่นจากประเทศอื่นในเซิร์ฟเวอร์เดียวกันตั้งแต่เริ่มต้น ผู้เล่นอาจสร้าง Blood Pledge กับผู้เล่นจากประเทศเดียวกันหรือเลือกที่จะสร้าง Blood Pledge กับผู้เล่นจากประเทศอื่น รวมถึงการรวมรบกับ Blood Pledge ของผู้เล่นจากประเทศอื่น ๆ


การทำลายกำแพงดังกล่าวยังรวมไปถึงกำแพงภาษาที่เกมมีระบบ AI ในการแปลภาษาให้ผู้เล่น ระบบการแปลภาษามีความฉลาดถึงขั้นแปลสำนวนเฉพาะกลุ่มผู้เล่นได้ ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นชาวเกาหลีใช้สำนวนว่า “Ber”, “Tai~”, และ “Myoon Myoon Myoon!” แปลเป็น “teleport” หรือ “immune to harm”

ฉะนั้น Lineage W มิใช่เพียงทำการ “การย่อส่วนของสังคม” แบบภาคอื่น แต่ถึงขั้น “การย่อส่วนของทั้งโลก” เลยทีเดียว ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็ยังคงไว้ซึ่งปรัชญาต้นฉบับของ Lineage อย่างซื่อตรง     

โดยปัจจุบัน NCSOFT  ได้ประกาศวันให้บริการเกมอย่างเป็นทางการคือวันที่ 4 พฤศจิกายน 2021 สามารถลงทะเบียนได้ที่สโตร์ทั้งสองระบบเพื่อรับของตอบแทน อีกกระทั่งสามารถทำการจองชื่อได้ทันที ที่ https://lineagew.plaync.com/character 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ข่าวลือ !! Call of Duty: Advanced Warfare 2 กำลังอยู่ในการพัฒนา แต่อาจจะต้องรอไปถึงปี 2025
BASUP!
ทีมพัฒนาภาคต่อของเกม Cyberpunk 2077 จะถูกย้ายไปยังสตูดิโอใหม่ที่ Boston
BASUP!
Nintendo ทำการปฏิเสธเกมวาบหวิวที่ไม่มีการเซ็นเซอร์หน้าอก
BASUP!
Sonic Frontiers เผยสเปกที่ใช้เล่นบนเครื่อง PC แล้ว
BASUP!
วิธีเข้าเล่น DEATHVERSE เกมฟรี Battle Royale ฉบับเกมโชว์สุดเพี้ยน เปิดให้เล่นฟรีบน PC แล้ว!
ihu25
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
Show header