รีวิว

รีวิว Onimusha: Warlord [HD] เกมที่เปลี่ยนความคิดของคนๆ หนึ่งไปตลอดกาล

Onimusha เกมแนว Action Hack and Slash ซีรีส์ซามูไรผู้ฆ่าปีศาจที่เคยฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง ซึ่งต้องบอกเลยว่าเกมนี้ได้ออกเกมภาคสุดท้ายก็ปาไปกว่า 7 ปีที่แล้ว แถมเดชะบุญตัวเกมมันยังดันเป็นเกมการ์ดเสียอีก และให้ย้อนลึกไปกว่านั้นอย่าง Onimusha: Dawn of Dreams ก็วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งก็ปาไปกว่า 13 ปีเลยทีเดียว และถ้าให้ถามว่าทำไมเกมนี้ถึงไม่ออกภาคใหม่เลย มันก็เป็นเพราะยอดขายของภาคที่กล่าวไปเมื่อกี๊มันอยู่ในขั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ที่ยอดรวมกันทั่วโลกขายได้เพียงแค่ 6 แสนกว่าชุดเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้โปรเจคเกมนี้โดนเก็บไปโดยปริยาย

แต่ในปี 2019 ที่ทาง Capcom คิดที่จะลองตลาดอีกครั้งและต้องการพิสูจน์ว่า มันยังมีแฟนเดนตายเฝ้ารอเกมซีรีส์นี้อยู่หรือไม่ โดยการนำเกม Onimusha: Warlords ที่เคยออกในปี 2001 กลับมา Remaster ใหม่อีกครั้ง โดยปรับกราฟิกให้สามารถรันภาพได้ถึง 4K เลยทีเดียว

และต้องบอกตามตรงว่าตัวผมเองนั้นไม่ใช่คนที่ชอบเกมแนวแอ็คชั่นบู๊สะบั้นหั่นแหลกซักเท่าไร มันก็เลยทำให้สมัยก่อนผมเองก็เมินเกมซีรีส์นี้ไปโดยปริยาย แต่ถึงอย่างนั้น !! พอผมได้มีโอกาสศึกษารายละเอียดเบื้องลึกของเกมนี้แล้วจึงรู้ว่า ดั้งเดิมของเกม Onimusha จริงๆ ตอนที่เริ่มสร้างโปรเจคเกมนี้ !! ตั้ง ต้น เดิม ที มันคือโปรเจคเกม Resident Evil ในแบบฉบับซามูไร !! ซึ่งตอนที่ผมรู้ข้อมูลมาครั้งแรกก็แทบตะโกนเป็นภาษารัสเซียว่า What !! Really !! จริงเดะ !! แต่เหมือนว่าพอสร้างไปเรื่อยๆ ทางผู้พัฒนากลับรู้สึกว่าเกมนี้มันไม่มีความเป็น Resident Evil อยู่เลยแม้แต่น้อย เขาจึงได้เปลี่ยนชื่อกลายมาเป็น Onimusha นั่นเอง

พอได้ยินอย่างนั้นแล้วมันก็ทำให้ตัวผมนั้นสนใจเกมนี้ขึ้นมาทันที และประจวบเหมาะที่ผมนั้นมีโอกาสได้เล่น Onimusha: Warlord เวอร์ชั่น 2019 นี้เพื่อมารีวิวให้ทุกท่านได้ชมด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าพอผมได้เล่นเกมนี้เพียงแค่ 1 ชั่วโมงแรก ความรู้สึกที่อยากจะด่าตัวเองว่า กรูพลาดเกมแบบนี้ไปได้ยังไงวะ !! มันก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที !! เหตุผลเพราะอะไร  !! คำตอบอยู่ในบทความนี้แล้วครับ กับรีวิว Onimusha: Warlords HD เกมแนว Action Hack and Slash ที่ทำให้ผมเปลี่ยนความคิดไปตลอดกาล !!

เนื้อเรื่อง

โดยเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็พาเราย้อนกลับไปในสมัยยุคเซ็นโกคุ เรื่องราวของซามูไรหนุ่มอย่าง Samanosuka Akechi ที่ได้นักแสดงดังอย่าง ทาเคชิ คาเนชิโร่ มารับบท โดยตัวเขานั้นได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือจากญาติของเขา คือเจ้าหญิง Yuki แห่งตระกูล Saito ที่บอกว่าเหล่าคนรับใช้ได้หายตัวไปโดยเงื้อมมือของเหล่าปีศาจ ซึ่งตัวเขานั้นก็รีบบึ่งไปช่วยเหลือเจ้าหญิงทันที แต่เนื่องจากที่การเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา มันเลยทำให้เจ้าตัวไม่สามารถต่อกรกับปีศาจได้และเจ้าหญิงก็ได้ถูกจับตัวไป !! แต่ถึงอย่างนั้นความหวังมันก็ยังมี เนื่องจากที่เหล่ายักษ์ทั้ง 12 ได้ให้พลังแด่เขาในการช่วยเจ้าหญิง มันเลยทำให้เขามีมือปีศาจที่เอาไว้ต่อกรกับศัตรูนั่นเอง

โดยตัวเนื้อเรื่องของเกมนี้ มันก็จะเป็นแบบพิมพ์นิยมของเกมทั่วไป ที่จะมีการปูเนื้อเรื่องประมาณหนึ่งที่เป็นใจความหลักของเกม ส่วนเนื้อเรื่องลึก ตื้น หนา บาง เราก็สามารถที่จะค้นหาตามหนังสือต่างๆ ที่อยู่ภายในเกมทำให้เรารู้ประวัติความเป็นหรือเหตุผลที่ทำให้ปีศาจบุกมายันโลกนี้

ซึ่งต้องบอกเลยว่าตัวเนื้อเรื่องนั้นก็น่าติดตามอยู่ประมาณหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้พีคอะไรมากมาย หรือมีเนื้อเรื่องที่กินใจใดๆ ซึ่งมันเป็นสูตรสำเร็จของหนังเกรดบีทั่วไป สู้กัน !! ฆ่ามันแล้วก็จบไป และในตอนท้ายมันก็ยังมีเรื่องราวที่จะสานต่อไปยันภาคหลังๆ แต่มันก็ไม่ได้น่าสนใจที่จะต้องไปนั่งตามเล่น ตามอ่านต่อ

 

เกมเพลย์

อย่างที่บอกไปข้างตนว่าโปรเจคแรกของเกมนี้ มันคือโปรเจคเกม Resident Evil ซึ่งมุมกล้องการบังคับต่างๆ มันก็ถอดแบบมาอย่างเป๊ะๆ ถึงแม้ว่าในตอนที่ผมเล่นจะมีตัว Analog ให้เดินง่ายขึ้น แต่ในสมัยก่อนนี่บอกเลยว่าบังคับยากกว่านี้มากๆ ซึ่งข้อดีของเวอร์ชั่นนี้ก็คือมันบังคับง่ายขึ้นนั่นแหละ

และในส่วนของเกมเพลย์ที่หลายๆ คนคิดว่ามันคงเป็นเกมเดินหน้าฆ่ามันอย่างที่ผมคิดเมื่อก่อน ท่านคิดผิดแน่นอน เพราะระบบการต่อสู้ของเกมนี้จะไม่มีการคอมโบท่าต่างๆ ของเกม มีเพียงแค่โจมตีธรรมดา กับโจมตีด้วยการใช้พลังเท่านั้น รวมถึงตัวเกมมีความเป็นเกมแนว Soul อยู่เล็กๆ เพราะในการต่อสู้มันจะไม่ใช่การฟันๆ แบบไม่คิดเหมือนเกมแอ็คชั่นทั่วไป แต่เกมนี้จะเน้นในเรื่องการ Block การโจมตีของศัตรู หรือจะเป็นการแดชหลบ เพราะว่ามอนสเตอร์บางตัวนั้นโจมตีแรงมากๆ บอสบางตัวอัดเรา 3 – 4 ครั้งก็ลงไปนอนได้เลย รวมถึงตัวมอนสเตอร์ต่างๆ นั้นจะมีแพทเทิร์นที่ไม่เหมือนกัน หรือการโจมตีของบางตัวมันก็ทะลุการป้องกันของเราได้อีก

มันเลยทำให้เราต้องคิดอยู่ตลอดว่าจะต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวนี้ยังไง เข้าจังหวะไหน หรือหลบจังหวะไหน ซึ่งถ้าคุณคิดจะเล่นเกมนี้และอยากจะบวกแบบไม่สนฟ้า ไม่สนดิน คุณก็จะตายและกลับมาที่เซฟล่าสุดจนนับไม่ถ้วน และอย่างที่บอกว่าเกมนี้มันมาจากโปรเจค Resident Evil เราเลยจะสามารถเซฟหรืออัพเกรดเกมได้เพียงแค่ที่ศาลเท่านั้น ซึ่งมันก็จะมีอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งถ้าหากว่าคุณเซฟเกมเมื่อชั่วโมงที่แล้ว และบังเอิญตาย ผมก็ได้แต่บอกว่า ขอให้โชคดี และพูดปลอบใจปนสมน้ำหน้าว่า “เล่นใหม่นะจ๊ะ” !!

และในความที่มันเคยเป็นโปรเจค Resident Evil มันเลยมีระบบที่มีกลิ่นอายของการเป็นเกม Survival อยู่แบบจัดเต็ม !! เพราะทรัพยากรต่างๆ อย่างพวกยาหรืออุปกรณ์มันจะมีให้อย่างจำกัด ซึ่งถ้าหากเราใช้มันแบบไม่ประหยัด เวลาเจอศัตรูโหดๆ หรือบอสต่างๆ มันอาจจะทำให้คุณเสียเปรียบและตายก็ได้เพราะไม่มียาใช้ จึงทำให้เวลาที่คุณเดินเล่นตามแผนที่ และเวลาเจอมอนสเตอร์ต่างๆ คุณก็ต้องคิดว่าคุณจะสู้ดีไหม หรือจะวิ่งหลบและหนีมันดี เพราะการต่อสู้มันก็มีโอกาสที่จะโดนโจมตีเลือดลดได้ หรือบางทีคุณก็คำนวนแล้วว่าคุณจำเป็นต้องสู้ เนื่องจากต้องการอัพเกรดอุปกรณ์เพื่อปลดล็อคแผนที่ต่อไป

ถึงแม้ว่าเวลาเราฆ่ามอนสเตอร์ได้ เราก็สามารถที่จะดูดพลังวิญญานของศัตรู ซึ่งมันอาจจะมีเลือดหรือมานามาให้บ้าง แต่ถ้ามันไม่มีล่ะ !! ซึ่งอันนี้มันก็น่าคิดและเราเท่านั้นที่จะต้องเลือกว่า เราจะเอาไงดีวะ ซึ่งบางครั้งเราก็เก็บมานาไว้เยอะๆ โดยไม่ต้องใช้ เพื่อเอาไปยัดใส่บอสทีเดียว หรือเก็บธนูและปืนเอาไว้เวลาสู้กับมอนสเตอร์บางตัวที่มันบินเป็นหลักก็ได้

จะประจันหน้าบวกเพื่อเก็บเลือดก็ได้
จะเลือกหลบหนีเพื่อเซฟเลือดก็ได้

แผนที่ทั้งหมดภายในเกมก็จะไม่ได้ใหญ่โตอะไร โดยตัวเกมจะเน้นให้เราวิ่งวนไปมาภายในปราสาท ผ่านฉากเดิมๆ บ้างเพื่อหาปริศนาต่างๆ นาๆ ซึ่งมันเป็นแบบพิมพ์เดียวกับเกม Resident Evil นั่นแหละ รวมถึงตัวเกมนั้นยังมีปริศนาที่สุดปวดหัวมากมายมาให้คิด แต่นี่มันก็คือเป็นความท้าทายกับสมองอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งปริศนามันจะมีอยู่ด้วยกันสองแบบคือปริศนาที่เราใช้สมองในการแก้ไข กับปริศนาที่เราจะต้องไปควานหาคำตอบตามแผนที่ ซึ่งมันก็จะได้ของตอบแทนที่ดี หรือของตอบแทนเพื่อปลดล็อคด่านต่อไปอีกด้วย พร้อมทั้งความลับมากมายหรืออาวุธสุดเทพที่คุณจะได้มันมาถ้าหากว่าคุณค้นหามันเจอ รวมถึงฉากแผนที่ต่างๆ ก็จะเน้นให้เรากลับมายันจุดเดิมๆ เพื่อค้นหาปริศนาสไตล Resident Evil ภาคคลาสสิค ซึ่งถ้าหากใครคิดว่าจะตะลุยแผนที่เหมือนเกมอื่นๆ ก็จะผิดหวังหน่อย

สรุป

โดยเกม Onimusha: Warlords ถึงแม้ว่ามันจะมีความยากของมันอยู่ในตัว มีกลิ่นอายของเกมแนว Soul ที่ต้องบอกเลยว่าเกมนี้อาจจะเป็นหนึ่งในต้นแบบของเกมพวกนั้น แต่ก็ต้องบอกว่าเกมนี้มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป เพราะมันมีคำว่า Hack and Slash ค้ำคออยู่นั่นเอง มันอยู่กึ่งกลางระหว่างความเผ็ดที่กำลังพอดี ไม่เผ็ดแสบคอพริก 40 เม็ดเหมือน Dark Soul หรือ Bloodborne แต่ก็ไม่หวาน~จนกินง่ายเหมือนเกมแนวแอ็คชั่นฆ่ามันทั่วไป

เกมนี้อยู่กึ่งกลางพอดีระหว่างเกมสไตล์ Soul, เกมสไตล์ Resident Evil และเกมแนว Hack and Slash ซึ่งก็ยอมรับว่าเกมนี้มันอาจจะไม่ได้สุดไปในทางใดทางหนึ่ง มันอาจจะมีความครึ่งๆ กลางๆ อยู่ ซึ่งมันคงไม่เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่เป็นสาวกเดนตาย !! ของสไตล์เกมที่ว่าไป

แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมมันกลับลงตัวอย่างบอกไม่ถูก เพราะมันก็จะมีคนที่ไม่ชอบเกมแนวฟันๆ เหมือนผม คนที่ไม่ชอบเกมยากอย่างเกมสไตล์ Soul และคนที่ไม่ชอบเกมแบบ Resident Evil ซึ่งเกมนี้น่าจะเหมาะสำหรับคนเหล่านี้ที่อยากจะเริ่มลองอะไรใหม่ๆ

ซึ่งถ้าหากว่าเกมภาคนี้มันประสบความสำเร็จ ส่วนตัวก็อยากให้เกม Onimusha ภาคใหม่มันทำเกมออกมาเป็นสไตล์นี้น่าจะเหมาะที่สุดแล้ว เพราะตัวเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Onimusha 3 Demon Siege หรือ Onimusha: Dawn of Dreams มันดูกินง่ายเกินไปหน่อย ซึ่งไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ผมคิดว่ามันเกลื่อนแล้วสำหรับเกมแบบนั้นในสมัยนี้ การกลับไปยุคคลาสสิคอีกครั้งก็ไม่เลวร้ายหรอก

บอกตามตรงแทบไม่มีข้อติใดๆ สำหรับเกมนี้ แต่ที่ไม่ได้เต็มก็คงเป็นเพราะเนื่องจากที่เกมมันแค่ Remaster เท่านั้น และรีมาสเตอร์มาจากเกมเมื่อปี 2001 ซึ่งต่อให้ปรับกราฟิกให้สวยแทบตายยังไงมันก็ยังกากอยู่ในสำหรับสมัยนี้ มันก็เปรียบเหมือนกับเราผัดกระเพราร้านเดิมเพียงแค่แม่ค้าใส่ผงชูรสให้อร่อยขึ้นแค่นั้นเอง

และถ้าหากใครที่อยากจะให้ Onimusha มีภาคต่อไปก็ช่วยกันซื้อเกมนี้ด้วยนะจ๊ะ ใน Steam ราคาเพียงแค่ 459 บาทเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากใครที่อยากจะเล่นใน Console ตัวเกมก็ลงให้กับเครื่อง PS4, Xbox One และ Nintendo Switch ด้วยเช่นกัน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ชมเกมเพลย์เดโมใหม่จาก Life is Strange 2 กว่า 20 นาที

GameFever TH

DRAGON BALL FighterZ มียอดขายมากถึง 3.5 ล้านก๊อปปี้แล้ว

GameFever TH

รับ DLC เกม Assassin’s Creed Odyssey ฟรีทางเว็บไซต์เกม

GameFever TH

Leave a Comment

X