Image default
บทความ

5 ปี PS4: ยุคทองที่กลับมาของโซนี่

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2013 ในงานแถลงข่าวของค่ายในงาน E3 2013 Sony ได้เปิดตัวคอนโซลเรือธงเครื่องล่าสุดของค่ายหรือ PlayStation 4 เป็นครั้งแรกต่อหน้าชาวโลกที่เฝ้ารอจะได้ยลโฉมคอนโซลใหม่ของค่ายมาตลอดระยะเวลากว่า 7 ปีที่เครื่อง PS3 มีชีวิตอยู่

ตั้งแต่นั้นมา เครื่องเกม PS4 ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด ด้วยยอดขายปัจจุบันที่สูงเกิน 86 ล้านเครื่องไปแล้วทำให้คอนโซลถูกยกเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นเกมที่มียอดขายสูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร และเป็นเครื่องเกมที่นำมาซึ่งยุคทองของโซนี่ ด้วยเกม Exclusive คุณภาพสูงต่างๆ ที่เข็นกันออกมาให้ผู้เล่นทุกๆ ปี

เนื่องในวาระครบรอบ 5 ปีของเครื่องในปีนี้ บวกกับแนวโน้มของตลาดที่เริ่มจะหันเหความสนใจไปสู่คอนโซลเจนถัดไปมากขึ้น ซึ่งข่าวบางกระแสเชื่อว่าจะเปิดตัวปีหน้าแล้ว ผู้เขียนจึงอยากจะรำลึกถึงความรู้สึกและความประทับใจที่ได้พบเจอมากับตัว ในฐานะคนที่ซื้อเครื่อง PS4 มาเล่นตั้งแต่ที่วางขายช่วงแรกๆ กับคอนโซลอันดับ 1 แห่งยุค ที่พาเราหวนคืนสู่ยุคทองของโซนี่ในวัยเด็กอีกครั้ง


2014: ปีที่รู้จักนิยามใหม่ของเกมคอนโซล

ผู้เขียนได้รับเครื่อง PS4 เครื่องแรกมาในช่วงต้นปี 2014 แทบจะทันทีที่โซนี่ไทยนำเครื่องเข้ามาขายเอง (ก่อนหน้านั้นมีแต่เครื่องหิ้วราคาสูงปี๊ด) จำได้ว่าซื้อมาเป็นตัวบันเดิ้ลเกม Killzone: Shadow Fall เกมซีรี่ย์ FPS ที่ถูกลืมของโซนี่นั่นเอง ถึงแม้เกมจะไม่ได้โดดเด่นอยู่ในความทรงจำของผู้เล่นส่วนใหญ่เท่าไหร่นัก แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์เกม PS4 ครั้งแรกของผู้เขียนในขณะนั้น

เอฟเฟกฝนเปิดโลกมากในตอนนั้น

แต่เกมที่ทำให้ผู้เขียนรู้ประทับใจกับพลังของ PS4 เป็นครั้งแรกก็คงจะเป็นเกม Infamous: Second Son ที่วางจำหน่ายครั้งแรกในวันที่ 21 มีนาคม 2014 นั่นเอง เกมได้รับขนานนามว่าคือเกม ‘Next-gen ของแท้’ เกมแรกของยุค PS4/Xbox One และเป็นเกม Exclusive เกมแรกๆ ที่วางจำหน่ายหลังจากที่คอนโซลออกได้ไม่นาน (ถ้าไม่นับ Exclusive ที่ออกมาพร้อมเครื่อง) โดยเกมน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เขียนสัมผัสถึงตัวตนของเกมเจนล่าสุดนี้เป็นครั้งแรก นั่นก็คือ ‘ความอิสระ’ ที่เกมยุคใหม่มอบให้ผู้เล่น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเกมยุคก่อนหน้า (PS3/Xbox 360)

ก่อนหน้า Marvel’s Spider-man ก็มีเกมนี้แหละที่ทำให้รู้สึกเป็นฮีโร่จริงๆ

ผู้เล่นเกมยุคหลังๆ มาน่าจะคุ้นเคยกับเกม Marvel’s Spider-man ดี และน่าจะเข้าใจถึงความสุดยอดของระบบการโหนใย ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้แมงมุมจริงๆ จนถึงขนาดที่หลายคนออกมาพูดว่า ‘แค่โหนใยเฉยๆ ก็คุ้มแล้ว’

ในทางเดียวกัน เกม Infamous: Second Son ก็เปิดให้ผู้เล่นสามารถใช้ความสามารถพิเศษต่างๆ ของตัวเอก Desmond ในการเหาะเหินเดินอากาศได้อย่างอิสระ ในแผนที่ที่จำลองมาจากเมือง Seattle ของจริงได้อย่างน่าทึ่ง ยังไม่นับรวมถึงเอฟเฟก CG และกราฟิคที่ก้าวกระโดดจากยุค PS3/Xbox One แบบคนละเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องของรูปร่างหน้าตาและการขยับตัวของตัวละครในเกม

ที่ผ่านมา เกมที่ส่วนใหญ่มักจะต้องถูกบังคับให้เลือกระหว่าง ‘คุณภาพ’ (ในแง่การนำเสนอกราฟิค) และ ‘ขนาด’ เสมอ กระทั่งในยุค PS3/Xbox One ที่เกมที่กราฟิคสวยๆ ละเอียดๆ มักจะมีด่านเล็กๆ แคบๆ หรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนที่เข้ามาชดเชยขนาดของเกม แต่ Infamous: Second Son คือเกมแรกจริงๆ ที่ทำให้ผู้เขียนเชื่อว่าองค์ประกอบทั้งสองนั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องประนีประนอมหรือลดระดับฝั่งนึงลงมาเพื่อรองรับอีกฝั่ง เป็นการทำความรู้จักกับเกมในยุค PS4/Xbox One เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้


เรื่องราวอันทรงคุณค่า

แม้ว่าการพัฒนาในด้านความอิสระและการเชื่อมต่อออนไลน์จะเป็นนิยามของเจนคอนโซลนี้ แต่ผลพลอยได้ที่อาจจะสำคัญกว่าสำหรับผู้เขียนคือความก้าวหน้าในเรื่องของการเล่าเรื่องในเกม ที่ทำออกมาได้อย่างลึกซึ้งและแปลกใหม่ขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไป ทำให้สามารถใช้เครื่องมือใหม่ๆ อย่างสีหน้าตัวละครและการแสดงท่าทางภาษากายได้ ซึ่งถือว่าน้อยเกมในยุคก่อนจะทำได้

ผลพลอยได้ที่ดูจะมาจากการเพิ่มความเป็น ‘มนุษย์’ ให้กับตัวละครในเกมมากขึ้นก็ส่งผลพลอยได้เช่นกัน ซึ่งก็คือการที่ผู้พัฒนาสามารถใส่เรื่องราวที่มีความซีเรียสหรือที่สื่ออารมณ์ของมนุษย์ได้ดีขึ้น ซึ่งก็ส่งผลให้หลายๆ เกมสามารถสร้างเนื้อเรื่องที่มีคุณค่าในแง่ของความหมายหรือสาสน์ที่ต้องการจะสื่อ ซึ่งก็ทำให้เกมกลายเป็นมากกว่าแค่การละเล่นหรือกิจกรรมค่าเวลา แต่กลายเป็นสื่อบันเทิงที่สามารถเพิ่มคุณค่าหรือทัศนคติที่ลึกซึ้งให้กับผู้เล่นได้อีกด้วย

เสียน้ำตากันไปเท่าไหร่กับฉากนี้ใน The Last of Us Remastered

ยิ่งเวลาผ่านไป ผู้พัฒนาเกมค่ายต่างๆ ก็ดูจะเริ่มคุ้นชินกับเทคโนโลยี Motion-Capture มากขึ้น จนใช้กันอย่างแพร่หลายในเกมใหญ่ๆ แทบจะทุกเกมในปัจจุบันไปแล้ว ยิ่งเกมยุคหลังๆ สามารถผสมผสานบทพูดและการแสดงที่สมจริงในการสร้างประสบการณ์อัน ‘Cinametic’ (ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจเหมือนหนัง) มากขึ้น รวมไปถึงเกม Exclusive อันน่าทึ่งในปีนี้อย่าง God of War ที่ใช้การเล่าแบบ Long-Take ที่ไม่มีการตัดฉากเลยซักครั้งตลอดเกม จนได้รางวัล Game of the Year 2018 ไปครอง

ถ้าเป็นหนังก็คงได้ชิง Oscar กะเค้าไปแล้ว

การที่เกมสามารถยกระดับเทคนิคและศิลปะการเล่าเรื่องนั้นสำคัญอย่างไร? ถ้าให้ตอบจริงๆ เกมเมอร์หลายคนอาจจะไม่ได้รู้สึกว่ามันมีผลอะไรมากนักนอกจากทำให้เกมเล่นสนุกขึ้นสำหรับผู้เล่น แต่สำหรับผู้เขียน การที่เกมยกระดับตัวเองในฐานะสื่อการเล่าเรื่องก็ทำให้คุณค่าของ ‘เกม’ เพิ่มขึ้นมาสำหรับคนที่อาจจะไม่ได้เป็นเกมเมอร์ด้วย เกมไม่ได้เป็นเพียงการละเล่นที่ต้องเป็นเกมเมอร์เท่านั้นถึงจะเข้าถึงอีกต่อไป แต่เนื้อเรื่องที่พัฒนาขึ้นทำให้เกมกลายเป็นสื่อบันเทิงที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเก่าๆ และดึงความสนใจของคนที่อาจจะแค่ชื่นชอบการเสพเนื้อเรื่องดีๆ ให้เข้ามาติดตามได้

เกมขวัญใจชาวไทยที่แฟนคลับกว่าครึ่งไม่เคยเล่นเอง

ทั้งหมดนี้อาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่ได้มาจาก PS4 ซะทีเดียว เป็นการพัฒนาของวงการพัฒนาเกมโดยรวมมากกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซนี่และแพลตฟอร์ม PlayStation ก็สามารถสร้างเกมที่ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นเกม Exclusive ช่วงแรกๆ อย่าง Infamous: Second Son ไปจนถึงเกมเด่นดังมากมายในช่วงปีที่ผ่านมาอย่าง Detroit: Become Human, Uncharted 4, Marvel’s Spider-man ไปจนถึง God of War ล้วนเป็นผลงานที่ยกระดับรูปแบบการเล่าเรื่องของเกมไปในทิศทางต่างๆ แทบทั้งสิ้น จึงพูดได้ว่าแม้ความก้าวหน้าในวิธีการเล่าเรื่องนี้จะไม่ได้มาจากโซนี่และ PlayStation ซะทีเดียว แต่ค่ายก็เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสที่เทคโนโลยีใหม่ๆ มอบให้ และใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่


สร้างชุมชนผู้เล่นผ่านระบบออนไลน์

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่เป็นเหมือนคำนิยามใหม่ของเกมคอนโซลในเจนนี้ก็คือการเล่นออนไลน์ ซึ่งถูกปรับปรุงขึ้นจากสมัย PS3/Xbox 360 (อย่างน้อยก็สำหรับผู้เขียน) หลายเท่านัก จนทำให้สามารถสัมผัสประสบการณ์อย่าง GTA: Online ได้ ซึ่งถ้าเป็นสมัย PS3 คงแลคถล่มทลายหรือไม่ก็เข้าไม่ได้เลยแต่แรก และยังมีระบบ Party Chat ที่ใช้ง่าย ทำให้การเล่นเกมออนไลน์ในคอนโซลกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไทยอย่างเรา ที่เน็ตอาจจะไม่ได้แรงเท่าที่อื่น ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น กลุ่มใหญ่ขึ้น แม้จะไม่ได้นั่งอยู่ด้วยกันก็ตาม

GTA: Online Heist ยังคงเป็นประสบการณ์เกมออนไลน์ที่เยี่ยมที่สุดที่เคยเล่น

ข้อดีอีกอย่างจากโครงสร้างระบบออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นของ PS4 คือความง่ายในการแบ่งปันประสบการณ์แก่เพื่อนๆ ด้วยระบบการ Share ที่ง่ายดายเพียงกดปุ่มของเครื่อง PS4 เอง ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับบัญชีโซเชี่ยลมีเดียของผู้เล่น ที่ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมที่มีสังคมกว้างขึ้น สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ จนทำให้เกิดกลุ่มเล่นเกมที่คึกคักขึ้นในเฟซบุ๊คนับไม่ถ้วน หรือจะหาเพื่อนใหม่ที่ชื่นชอบเกมเดียวกับเราได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา อย่างผู้เขียนเองเป็นคนที่เล่น Tekken 7 เก่งกว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มพอสมควรจนไม่ค่อยมีคนยอมเล่นด้วย ก็ไม่ต้องง้อเพื่อนให้มานั่งเล่นกับเราอีกต่อไป เพราะสามารถต่อออนไลน์ไปประมือกับผู้เล่นระดับใกล้เคียงกันจากทั่วโลกได้

เลือกโกคิได้โดยไม่ต้องกลัวเพื่อนหาว่าโกง

ทั้งนี้ หลา่ยๆ คนอาจจะรู้สึกว่าการเล่นออนไลน์ในเจนคอนโซลนี้มีข้อจำกัดใหญ่ๆ อยู่คือการจ่ายค่ารายเดือน PS Plus เพื่อรับสิทธิในการเล่นออนไลน์ แต่สำหรับผู้เขียนกลับมองว่า PS Plus ให้ประโยชน์แก่สมาชิกมากกว่าราคา 1000 ต้นๆ ต่อปีพอสมควร ตั้งแต่เกมฟรีที่แจกทุกเดือนเดือนละ 2-3 เกม ไปจนถึงโปรโมชั่นลดแลกแจกถามมากมายที่จัดเป็นพิเศษให้สมาชิก PS Plus ตลอดทั้งปี ซึ่งก็สร้างคุณค่าให้กับการเป็นสมาชิก PS Plus มากกว่าแค่การเล่นออนไลน์


(แถม) VR: ดินแดนใหม่ที่ชาว PlayStation เท่านั้นที่ได้เข้า

อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญมากเท่าประเด็นอื่นๆ ที่พูดถึง แต่แพลตฟอร์ม PlayStation ก็ยังคงเป็นแพลตฟอร์มคอนโซลเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่สนับสนุนเทคโนโลยี VR (ไม่รวม PC อ่าเนอะ) ด้วยเครื่อง PSVR ที่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ และยังไม่ทรงพลังเท่ากับสินค้าคู่แข่งใน PC แต่ก็เป็นอีกหนึ่งพรหมแดนที่เกมเมอร์ชาว PlayStation เท่านั้นที่จะได้สัมผัส ในขณะที่ Xbox One และ Nintendo Switch ยังไม่สามารถทำได้เลยจนถึงบัดนี้

แน่นอนว่าเกม VR ที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะยังค่อนข้างจำกัด แต่ก็พูดได้ว่าโซนี่ได้เปรียบคู่แข่งแล้วในสนาม VR เพราะออกตัวมาก่อน ได้แต่ลุ้นว่าในอนาคตเมื่อคอนโซลรุ่นต่อๆ ไปออกมา เราจะเห็นพัฒนาการของ PSVR อีกมากแน่นอน!

ใครมี PSVR ไปจัด Job Simulator มาด่วน รับประกันความสนุก

วันบอกลา PS4 ที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่เครื่องคอนโซล PS4 ได้เข้ามาเป็นส่วนนึงของชีวิตเกมเมอร์หลายๆ คน แต่ในขณะเดียวกัน อายุขัยของเครื่องก็เดินทางเข้าสู่ช่วงสุดท้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อข่าวคราวของคอนโซลเจนถัดไปเริ่มรั่วไหลออกมาให้ได้ยินกันถี่ขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ถ้าให้ตอบว่า PS4 เป็นคอนโซลที่ตอบโจทย์ผู้เขียนในฐานะเกมเมอร์ตัวยงแค่ไหน คำตอบจากใจก็คือ PS4 ถือเป็นคอนโซลที่ทำให้ผู้เขียนย้อนกลับไปสู่ยุคสมัย PS2 ซึ่งเรียกได้ว่าคือยุคที่เกมคอนโซลเฟื่องฟูที่สุดอีกครั้ง มันคือคอนโซลที่ทำให้เรานึกถึงเกมดีๆ จากสมัยเด็กที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็นเกมเมอร์อย่างทุกวันนี้ มือคือคอนโซลที่ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมของ ‘ผู้ใหญ่’ อย่างแท้จริง และมันคือเครื่องเกมที่ทำให้เราสามารถกลับมาตื่นเต้นกับอนาคตของวงการเกมได้อีกครั้งหลังจากที่รู้สึกผิดหวังกับ PS3 มา

สำหรับเครื่อง PS5 (หรือจะใช้ชื่ออะไรก็แล้วแต่) นั้น โซนี่ได้ตั้งโจทย์ยากสำหรับตัวเองซะแล้ว ด้วยความยอดเยี่ยมของเครื่อง PS4 และประสบการณ์ต่างๆ จากเกมที่เล่นในเครื่อง ซึ่งทำให้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมากลายเป็นเหมือนกับการหวนสู่ยุคทองแห่งเกมคอนโซลนั้นอีกครั้ง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Code Vein ปล่อยเทรลเลอร์อาวุธกรงเล็บ Ogre

GameFever TH

ถึงเวลาแล้วเหรอ? ผู้พัฒนาเผย SoulCaliber VI อาจจะเป็นภาคสุดท้ายในซีรี่ย์

GameFever TH

ข่าวลือ: หลุดข้อมูลเกมเพลย์โหมด Red Dead Online ผ่านไอจีแฟนคลับ

GameFever TH

Leave a Comment

X